คลังกระตุ้น ไทยเที่ยวไทย ดึงเม็ดเงินหนุนเศรษฐกิจ

คลังเชิญชวนคน ไทยเที่ยวไทย ลดความเสี่ยงจากเชื้อ ไวรัสโควิด-19 กระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของหลายประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงเป็นจำนวนมาก สถานที่ยอดนิยมหลายแห่งนักท่องเที่ยวบางตาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั้งนี้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้มีการปรับตัวเลขประมาณการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทย (GDP) ในปี 2563 ขยายตัว 1.5-2.5% ต่อปี หรือเฉลี่ย 2% ต่อปี ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.7-3.7% โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความยืดเยื้อของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

“นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้มอบนโยบายให้เร่งหาทางในการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ มาทดแทนจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดน้อยลง พร้อมทั้งเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหม่ รวมถึงสิทธิพิเศษแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศกันให้มากขึ้น”

นายชาญกฤช กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศให้มาก เนื่องจากประเทศไทยมีความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกประกาศเตือน ขอให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาด นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศก็ประหยัดกว่าการไปท่องเที่ยวต่างประเทศมาก โดยขณะนี้ผู้ประกอบการ ทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการอื่นๆ ต่างพากันจัดโปรโมชั่น กระหน่ำลดราคา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกันทั้งสิ้น

นายชาญกฤช กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ มีการยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่สนามบิน รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขก็มีมาตรการในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาการของผู้ป่วยติดเชื้อก็ดีขึ้นตามลำดับ สามารถรักษาหาย และทยอยกลับบ้านได้ในที่สุด ไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว จนเป็นที่ยอมรับเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล

นายชาญกฤช กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลวันที่ 19 ก.พ.63 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อได้รับการรักษาจนหายดี กลับบ้านเพิ่ม 2 ราย จำนวนผู้ป่วยสะสมยังคงอยู่ที่ 35 ราย กลับบ้านได้รวม 17 ราย และอีก 18 รายยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์ ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น และถูกเฝ้าระวังการควบคุมเป็นเวลา 14 วันตามมาตรฐานสากล ทั้ง 137 คนก็มีสุขภาพแข็งแรงดี ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 และที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้แล้ว

“สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีใครช่วยเราได้ดีไปกว่าคนไทยต้องช่วยกันเอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมมือร่วมใจกันออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากที่สุด เพราะยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอยู่อีกเป็นจำนวนมากกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้แล้วอาหารพื้นเมืองก็อร่อย แถมราคาก็ไม่แพง หากไปเที่ยวต่างประเทศกลับมา อาจต้องถูกกักตัวเพื่อดูอาการเป็นเวลา 14 วัน อาจเกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน” นายชาญกฤช กล่าว

“ซูเปอร์โพล” เผยประชาชนหนุนรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ยกจีนเป็นประเทศต้นแบบแก้โควิด

“ซูเปอร์โพล” เผยผลสำรวจประชาชนสนับสนุนรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ยกจีนเป็นประเทศต้นแบบแก้โควิดดีที่สุด

เอาจริง! ขีดเส้นตาย 6 โมงเย็น 152 คนไม่กักตัว เจอจับแน่

โฆษกศบค. เผยรัฐบาล ขีดเส้นตาย 6 โมงเย็นวันนี้ หาก 152 คนไม่มารายงานตัวและกักตัว มีโทษหนักตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยืนยันดูแลดีอย่างเต็มที่

สธ. เผยผลการวิจัยการฆ่าเชื้อ หน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัยใช้ซ้ำ

กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการวิจัย หน้ากาก N95 ของคณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าการอบด้วยรังสี UV-C

ด่วน! ศบค. แถลง ไทยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 89 ราย เสียชีวิตอีก 1

โฆษก ศบค. แถลง คืบหน้าสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 89 ราย, เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย และยอดติดเชื้อสะสม 2,067 ราย