ช้างอ่างฤาไน ถูกเจ้าของสวนยิงเสียชีวิต อ้างป้องกันตัว!!

ช้างอ่างฤาไน วานนี้ (7 ต.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเผยผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ถึงกรณีเจ้าของสวนปาล์มใช้ปืนยิงช้างเพื่อป้องกันตัว หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ ช้างป่า จำนวน 1 ตัว เพศเมีย น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กิโลกรัม อายุประมาณ 15 -17 ปี ระบุว่า..

“ช้างอ่างฤาไน เสียชีวิตในสวนปาล์ม หลังเจ้าของสวนอ้าง ยิงเพื่อป้องกันตัว
รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอำเภอสนามชัยเขต นายเผด็จ ลายทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ทีมสัตวแพทย์ สสป.สบอ.2 (ศรีราชา) สัตวแพทย์ประจำ สพล.กระบกคู่ หัวหน้าและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการ/กำนัน กองร้อยทหารพรานที่ 1306 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ชุดจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าพื้นที่ บริเวณบ้านคลองเตย ม.21 ต.ท่ากระดาน ตรวจสอบพบ ซากช้างป่า จำนวน 1 ตัว เพศเมีย น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กิโลกรัม อายุประมาณ 15 -17 ปี นอนล้มตายในสวนปาล์ม ตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏ ดังนี้

-เจ้าของสวนปาล์ม ชื่อนายตวงพร แซ่เตียว อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขท่ี 611/1 ม.2 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า เวลาประมาณ 22.30 น.(6 ต.ค.62) ตนเองมาเฝ้าสวนปาล์มมีช้างฝูงเข้ามากินยอดปาล์ม ตนเองเข้าไปไล่ ช้างป่าจะวิ่งเข้ามาทำร้าย จึงใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันตัวและวิ่งหนี มาทราบภายหลังว่าช้างตายจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

-จนท.ได้ร่วมกันตรวจสอบภายนอกของซากช้างพบรอยบาดแผลคล้ายรอยกระสุนบริเวณหัวเหนือตาด้านขวา จำนวน 1 รอย มีรอยเลือดออกจากแผลกองในพื้นดินเล็กน้อย

-สภาพโดยรอบซากช้างไม่พบร่องรอยการดิ้นหรือชักก่อนตาย พบขี้ช้างมีของเหลวลักษณะมูกปนเลือดเล็กน้อย

  • จนท.ได้ทำการเคลื่อนย้ายซากเพื่อทำการผ่าชันสูตร ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตระกรุบ ผลการตรวจสอบชันสูตร โดยเริ่มผ่าชันสูตรเวลา 15.00 น. มีรายละเอียดดังนี้
  1. ทีมสัตวแพทย์ตรวจสอบพบร่องรอยลักษณะเป็นรูวงกลม บริเวณหน้าผากข้างขวา จึงทำการผ่าเปิดพบกระสุนปืนทะลุกระโหลกเป็นรูเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. โดยพบหัวกระสุนปืนจำนวน 1 หัว ฝังในโพรงกระโหลกที่มีเนื้อสมอง และพบสะเก็ดตะกั่วบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผาก
  2. ทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว ทำการตรวจพิสูจน์สันนิษฐานว่า เป็นลูกกระสุนปืนชนิด .38 (9 มม.) หรือ .357 เป็นปืนรีวอลเวอร์หมุนขวา ซึ่งจะต้องรอผลพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันต่อไป
  3. พบใบต้นปาล์มอยู่ภายในช่องปาก ในลักษณะที่ช้างป่าตัวดังกล่าวกัดแน่น
  4. พบว่าอวัยวะภายใน มีอาหารเต็มกระเพาะ ลำไส้ไม่พบว่ามีลูกในท้อง แต่พบว่าเต้านมช้างยังมีการสร้างน้ำนม (คาดการณ์ว่าเพิ่งคลอดลูก หรือมีลูกอ่อน) และพบเยื่อเมือกสีแดงบริเวณอวัยวะเพศ
    5.พบว่าภายในหัวใจมีวิการ Chicken fat clot ซึ่งเกิดจากการตายอย่างฉับพลัน
  5. ทำการเก็บตัวอย่างอวัยวะเพื่อส่งตรวจโรคและความผิดปกติของอวัยวะเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ
  6. ทำการเก็บขนายทั้งสองข้าง (ข้างขวา ยาว 28 ซม. และ ข้างซ้าย ยาว 29 ซม.) โดยเก็บรักษาไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน
  7. ทำการฝังกลบตามหลักวิชาการ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตระกรุบ
  • ทั้งนี้สาเหตุการตายเกิดจากการถูกยิงทะลุกระโหลก ซึ่งเป็นการตายอย่างเฉียบพลัน โดยสอดคล้องการวิการที่พบภายในหัวใจ ซึ่งจากการผ่าชันสูตรสภาพกล้ามเนื้อของซากยังไม่แข็งตัวเต็มที่ ประเมินการตายได้ว่า ช้างป่าตัวดัวกล่าวนี้ตายไม่เกิน 12 ชั่วโมงก่อนการผ่าชันสูตร”