ชป.เดินหน้าพัฒนา โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก เตรียมรับการขยายตัวของทุกภาคส่วน

กรมชลประทาน ดำเนินการพัฒนาโครงข่ายน้ำภาคตะวันออกในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี โดยได้ทำการศึกษา และติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขและติดตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมให้หลากหลายครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสนับสนุน และรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกในอนาคต

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก โดยจัดตั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor (EEC) ภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ทำให้เกิดการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคบริการ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งส่งผลทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน

สำหรับแนวทางดำเนินการเพื่อรองรับความต้องการน้ำระยะ 10 ปี เพื่อจัดหาน้ำให้เพียงพอความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 354 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี โดยการพัฒนาแหล่งน้ำในประเทศให้มีศักยภาพเพื่อการเกษตร ร่วมกับ EEC รวมถึงการผันน้ำจากลุ่มน้ำข้างเคียงนอกพื้นที่ EEC ที่อยู่ภายในประเทศ มาเติมให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับความต้องการใช้น้ำในทุกภาคส่วน

กรมชลประทานได้กำหนดยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงด้านน้ำ เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 6 ด้าน ประกอบด้วย

1.) การปรับปรุงแหล่งน้ำเดิม จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง อ่างเก็บน้ำหนองค้อ อ่างเก็บน้ำบ้านบึง อ่างเก็บน้ำมาบประชัน อ่างเก็บน้ำคลองหลวง จังหวัดชลบุรี อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ่างเก็บน้ำคลองระบม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อศักยภาพในการเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นรวมอีก 117 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมสามารถเก็บกักน้ำได้ 871.10 ล้าน ลบ.ม.

2.) การพัฒนาอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ อ่างคลองวังโตนด อ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างคลองพะวาใหญ่
อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว จังหวัดจันทบุรี รวมความจุประมาณ 308 ล้าน ลบ.ม. ส่งน้ำเพื่อการเกษตรกว่า 170 ล้าน ลบ.ม. ให้แก่พื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานกว่า 234,000 ไร่ อีกทั้งสนับสนุนน้ำให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้กว่า 100 ล้าน ลบ.ม.

3.) การเชื่อมโยงแหล่งน้ำและระบบผันน้ำ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการปรับปรุงคลองพานทอง ทำการผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ ให้เต็มศักยภาพ โครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ เพื่อรองรับการบริหารจัดการร่วมกับการผันน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด

4.) การสูบน้ำกลับท้ายอ่างเก็บน้ำ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ปรับปรุงระบบสูบกลับอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และการสูบน้ำกลับจากคลองสะพานไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้ประมาณ 55 ล้าน ลบ.ม.

5.) การป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ในเขตเมืองระยอง และพื้นที่อุตสาหกรรม เขตอำเภอพนัสนิคม และอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี และ

6.) การจัดหาแหล่งน้ำโดยภาคเอกชน โดย บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EAST WATER การประปาส่วนภูมิภาค และการนิคมอุตสาหกรรม สามารถช่วยเพิ่มปริมาณน้ำได้กว่า

แมทธิว-ลิเดีย อัพเดทอาการโดยรวม หลังเข้ารับการรักษา แต่ผลตรวจยังเป็นลบ

ออกมาอัพเดทอาการเพิ่มเติม หลังจาก ที่ติดเชื้อไวรัสกันไปทั้งคู่กับ แมทธิว-ลิเดีย แมทธิว ดีน และ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ โดยล่าสุดทั้งคู่ได้ออกมาอัพเดทอาการโดยรวม

รายที่ 4! จุฬาฯ พบนิสิตติดเชื้อไวรัส โควิด19 กลับจากสเปน

โควิด19 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงความคืบหน้าศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินไวรัสโคโรนา ระบุว่า วันที่ 5 เมษายน 2563 ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์

กรมอนามัย ย้ำความมั่นใจผู้ซื้อ กำชับเข้ม ‘ตลาด’ ปฏิบัติตามข้อแนะนำ ลดเสี่ยงช่วง COVID-19

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ย้ำ พ่อค้า แม่ค้า เจ้าของตลาด’ ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัย ในตลาดสด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

เงินเข้าไหม? มาเข้า www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตรวจสอบสถานะ เยียวยา โควิด19

หลังจากที่สานนี้ (8 เม.ย. 63) ผู้ลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตรวจสอบสถานะ ที่กระทรวงการคลังจะส่ง SMS และ อีเมล์ แจ้งให้กับผู้ที่ผ่านเกณฑ์

ปิดเมือง/เปิดเมือง! อู่ฮั่น เปรียบเทียบภาพหลังเริ่มก้าวพ้น โควิด19

โควิด19 สำนักข่าวซินหัวเผยแพร่ภาพบรรยากาศ วันแรกหลัง อู่ฮั่น เมืองในประเทศจีน ยกเลิกคำสั่งห้ามออกจากเมืองเมื่อวันพุธ (8 เม.ย.2563)