รายงานพิเศษ : จับตาก้าวย่าง “บิ๊กตู่” จุดเปลี่ยนเกม “ถอยเพื่อรุก”

จากปรากฏการณ์เพลง “ประเทศกูมี” ส่งแรงสะเทือนไปถึง คสช. ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในรอบ 4 ปีกลายเป็นชนวนสำคัญที่ปลุกกระสังคมต่อต้านการทำหน้าที่ก่อนไปถึงการเลือกตั้งอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็น “สึนามิ” ลูกใหญ่ที่ถ้าโถมไปถึงผู้มีอำนาจ จากเนื้อหาในเพลงที่เร้าอารมณ์คนฟังจนไปเพิ่มอุณภูมิทางการเมืองในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงแรกฝ่ายความมั่นคงได้เดินเกมเร็วออกมาตอบโต้ข่มขู่ผู้ที่สร้างเพลงรวมไปถึงแชร์เพลงในโลกออนไลน์ แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงกลับไปเร่งให้กระแสของเพลงถูกพูดถึง จนยอดเข้าฟังทะลุไปมากกว่า 25 ล้านวิวเพียงไม่กี่วัน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องกลับตัว “เบรคเกม” เพื่อหยุดกระแสที่อาจถูกต่อยอดไปถึงการก่อหวอดชุมนุมที่บนท้องถนน

โดยเฉพาะซุ่มเสียงจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จากที่หลายฝ่ายคาดว่าพล.อ.ประยุทธ์จะออกมาตอบโต้ด้วยอารมณ์ดุเดือดรุนแรง แต่ในครั้งนี้กลับเห็น “ท่าที” ที่เปลี่ยนไป เป็นท่าทีเพื่อเปลี่ยนเกมและประคองสถานการณ์ โดยประกาศไม่ได้ห้ามหรือสั่งเอาผิดกลุ่มเจ้าของเพลง

“ผมไม่ได้ว่าที่เขามาว่าผม แต่ถ้าเขาว่าประเทศ ผมว่ามันไม่เหมาะสม ผมคิดว่าคนเราควรจะมีวิจารณญาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเขียนเพลง หรือจะอะไร กับใครก็ตาม ท่านต้องอย่าไปให้ร้ายประเทศตัวเอง” นายกฯ ระบุ

จากท่าทีขึงขังที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนของ “บิ๊กตู่” ภายหลังได้ประกาศตัวว่า “สนใจการเมือง” เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2561 จากนั้นเปิดหน้าเข้าสู่โลกออนไลน์เต็มรูปแบบ กลายเป็นท่าทีสำคัญที่ทุกฝ่ายคาดการณ์ว่า “บิ๊กตู่” ต้องการเปลี่ยนบุคลิกเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างหรือไม่ !

ขณะที่การพูดคุยกับอดีตส.ส.จากพรรคการเมือง ในนามกลุ่ม “สามมิตร” จากการนำทัพโดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย กำลังเร่งเครื่องกวาดต้อนอดีตส.ส.หัวเมือง ไล่มาตั้งแต่ อดีต ส.ส.สุโขทัย อดีต ส.ส.ชัยนาท อดีต ส.ส.ราชบุรี และอดีต ส.ส.เลย เพื่อสะสมขุมกำลังจัดทัพเตรียมโยกย้ายเข้าสังกัด “พลังประชารัฐ” จะเป็นตัวแปลสำคัญในคณิตศาสตร์ทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง เพราะจำนวนส.ส.ที่เชื่อว่าอยู่ในระดับเกรดเอ จะเข้าวินชนะการเลือกตั้งได้ไม่น้อยกว่า 40 ที่นั่ง

เมื่อไปรวมกับกลุ่มการเมืองที่มีท่าทีสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ประกอบด้วย พรรคพลังชล พรรคประชาชนปฏิรูปประเทศ พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคเห็นแก่ชาติ พรรคทางเลือกใหม่ หรือพรรคทวงคืนผืนป่าแห่งประเทศไทย และพรรครวมพลังประชาชาติไทย

หรือการรอจังหวะทางการเมืองจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเสริมทัพพลังดูดอดีตส.ส.เข้าพรรค ตั้งแต่ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ อดีต ส.ส.พิจิตร จากชาติไทยฯ ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ได้ตัวอนุชา สะสมทรัพย์ อดีต ส.ส.นครปฐม จากเพื่อไทย หรือประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต ส.ส.ขอนแก่น จากภูมิใจไทยเช่นกัน

กลุ่มก้อนนี้จะเป็นอีกหนึ่ง “ตัวแปร” สำคัญให้พลังประชารัฐ เดินหน้าดัน “บุคคลปริศนา” เข้าชิงเก้าอี้นายกฯอีกครั้ง

ส่วนการเดินสายของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ถึงแม้ยังถูกแรงเสียดทานต่อกลุ่มที่ผิดหวังต่อบทบาทของ “กำนัน” ในครั้งการชุมนุมของกปปส. แต่ปฏิทินการทัวร์ทั่วประเทศ ยังสร้างความได้เปรียบกว่าพรรคเพื่อไทยที่ยังถูกคสช.จับจ้องทุกฝีเก้า

เพราะกระแสข่าวยุบพรรคเพื่อไทยเพื่อตัดกำลังในกระดานการเมืองก่อนไปสู่การเลือกตั้ง ยังตามหลอกหลอนแกนนำพรรค จนต้องจัดกำลังบางส่วนแยกตัวไปตั้งพรรคประชาชาติ พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ หรือกระแสข่าวไปถึงพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อรองรับเหตุยุบพรรคที่อาจะเกิดขึ้น

หากจับจ้องไปที่ท่าที “บิ๊กตู่” เมื่อบวกกับกลุ่มสนับสนุนให้กลับมาครองอำนาจ ทุกความเคลื่อนไหวของผู้นำคสช.จะเป็น “คำตอบ” ที่เด่นชัด ก่อนการเลือกตั้งอีกไม่กี่เดือนจากนี้