“ไพบูลย์” ร่วมวงประชุม ส.ส.พลังประชารัฐ ครั้งแรก!!

“อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป” เข้าร่วมประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐครั้งแรกในฐานะสมาชิกพรรค เตรียมร้อง กกต.สอบ “ศรีสุวรรณ” ยื่นคำร้องเท็จปมยุบพรรคล้มล้างการปกครอง มาตรา 92(1)

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาเข้าร่วมประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นวันแรก หลังจากวานนี้ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกเป็นที่เรียบร้อย มีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาคอยต้อนรับ

โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่า เวลานี้ ถือว่าเป็น ส.ส.สังกัดพรรคพลังประชารัฐ และยังอยู่ในลำดับที่ 259 ตามตัวอักษรเช่นเดิม ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ย.) จะเดินทางไปแจ้งลงทะเบียนกับทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวเดิมมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ในส่วนกรณีการตีความการยื่นยกเลิกพรรคเดิมเพื่อมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ว่าผิดหรือถูกนั้น นายไพบูลย์ กล่าวย้ำว่า เป็นการคิดเอาเองของผู้ยื่น ไม่มีกฎหมายมาตราใดรองรับในความเห็นของบุคคลเหล่านั้น คิดในสิ่งที่ไม่เป็นประเด็น จึงนับเป็นความเห็นส่วนตัว จึงควรตรวจสอบบุคคลเหล่านั้นด้วย

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่น กกต.ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาชนปฏิรูปนั้น เป็นการนำข้อกฎหมายของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2550 ซึ่งยกเลิกไปแล้วมาอ้างอิง ถือเป็นการแสดงความเห็นของผู้ที่ไม่รู้ หรือรู้แล้วแต่อาจตั้งใจบิดเบือน จึงขอให้สังคมช่วยตรวจสอบ ส่วนจะเอาผิดหรือไม่นั้น ในกรณีของนายเรืองไกรนั้น ไม่มีปัญหา แต่ตนจะยื่นเอาผิด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ได้กล่าวหาว่า การยกเลิกพรรคประชาชนปฏิรูปผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92(1) โดยเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งถือเป็นการกล่าวโทษตนด้วยความเท็จ ตนจะทำคำร้องยื่นไปยัง กกต.เพื่อให้ตรวจสอบนายศรีสุวรรณด้วย โดยหากนายศรีสุวรรณยื่นคำร้องที่เป็นเท็จ ก็มีความผิดเช่นกัน และจะถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีกด้วย

นายไพบูลย์ ย้ำว่า ตนเองพร้อมตรวจสอบและพร้อมถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน ขอแค่อย่าล้ำเส้นและผิดกฎหมาย ไม่เช่นนั้น ตนก็ดำเนินคดีกลับแน่นอน

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ตนเองถือหลักอย่างหนึ่ง คือ ต้องทำงานการเมืองต้องเคารพเอกสิทธิ์ ส.ส. เคารพศักดิ์ศรีของทุกพรรค ไม่ก้าวก่ายหรือแทรกแซงกิจการคนอื่น ขอมุ่งมั่นทำงานเน้นคุณธรรมนำการเมือง เหมือนกับที่เคยประกาศไว้ว่า เราต้องน้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ

อ่านข่าว Bright Today