ครม. อนุมัติแพ็กเกจภาษีกระตุ้นพลังงานสะอาด ลดหย่อนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 2 แสน หักค่าอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 1.5 เท่า
25 พ.ย. 68 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นรัษฎากรฉบับใหม่ ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมผลักดันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างเป็นรูปธรรม
มาตรการชุดนี้มี 2 ส่วนหลัก ได้แก่
1) มาตรการภาษีสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานให้สิทธิบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หักค่าใช้จ่ายลงทุนได้ 1.5 เท่า สำหรับการซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่มีฉลากประสิทธิภาพพลังงาน “5 ดาว” จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน มาตรการนี้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น
2) มาตรการหนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านเรือน ประชาชนสามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือบนดาดฟ้าบ้าน มาหักลดหย่อนภาษีได้ ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ตลอดช่วงมาตรการ โดยใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง สำหรับ 1 ระบบ และต้องเป็นปีภาษีที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าของ กฟน. หรือ กฟภ. สำเร็จแล้ว
การใช้สิทธิจำเป็นต้องมีใบกำกับภาษีแบบ e-Tax Invoice เช่นเดียวกัน และผู้ที่ใช้มาตรการนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนจากอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในรายการแรกซ้ำซ้อน ในส่วนที่เกี่ยวข้องได้
เงื่อนไขสำคัญร่วมของมาตรการทั้งหมด
- ไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายเดียวกันไปขอสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายหรือมาตรการอื่นได้
- ค่าใช้จ่ายนั้นต้องไม่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่แล้ว เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
มาตรการภาษีครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนให้ครัวเรือนและธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง ช่วยลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานให้ประเทศในภาพรวม โดยรัฐบาลหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาติดตั้ง Solar Rooftop และใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 3 ปีข้างหน้า