ไฟป่าออสเตรเลีย ยังวิกฤตหนัก คร่าชีวิตแล้ว 2 คน โคอาลาตายกว่า 350 ตัว

ไฟป่าออสเตรเลีย ไฟป่ารัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ลุกลามหนัก คร่าชีวิตแล้ว 2 คน ส่วนบ้านเรือนถูกไฟเผาทำลายแล้วกว่า 100 หลัง และยังพบว่าโคอาลาตายแล้วกว่า 350 ตัว

เมื่อวันนี้ 9 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าปะทุขึ้นมากกว่า 80 จุดทั่วรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย ท่ามกลางกระแสลมแรงและอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส โดยมีไฟป่าลุกไหม้ในระดับฉุกเฉินพร้อมๆ กันถึง 17 จุด ทั้งนี้ มีรายงานว่า มีประชาชนติดอยู่ตามบ้านเรือนในหลายพื้นที่และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากความรุนแรงของไฟ นอกจากนี้ยังมีไฟป่าเกิดขึ้นในรัฐควีนส์แลนด์ ส่งผลให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงในหลายเมือง

ล่าสุด ทางการท้องถิ่นของรัฐนิวเซาท์เวลส์ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากไฟป่าแล้วอย่างน้อย 2 คน สูญหายไปอีก 7 คน บาดเจ็บ 35 คน และบ้านถูกไฟไหม้กว่า 100 หลัง โดยคาดว่าจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

หน่วยดับเพลิงของออสเตรเลียระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,000 คน พร้อมเครื่องบิน 70 ลำ เข้าดับไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนส์แลนด์ เพื่อช่วยชีวิตประชาชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขณะเดียวกัน กลุ่มอนุรักษ์โคอาลาในออสเตรเลีย เปิดเผยว่า มีโคอาลาที่อาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์ในเมืองพอร์ต แมคควอรี ตายจากไฟป่าแล้วกว่า 350 ตัว จากจำนวนประชาชนที่มีในพื้นที่ดังกล่าวราว 500-600 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือโคอาลาที่รอดชีวิต

7พันชิ้น! รพ.จีนบริจาค หน้ากาก แก่ 2 สถาบันแพทย์ยุโรป

หน้ากาก สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงพยาบาลกลางซุ่ยหนิง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซุ่ยหนิง มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ม.ปลายจีนใน เสฉวน เริ่มกลับไปโรงเรียน คุมเข้ม โควิด19

โควิด19 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงเรียนมัธยมปลายในเขตปาโจว เมืองปาจง มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หลังจากนักเรียนกว่า 450,000 คน

สถานการณ์คลี่คลาย! หูหนาน ลดระดับรับมือไวรัส โควิด19

โควิด19 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพมณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน ซึ่งอยู่ติดกับมณฑลหูเป่ยที่เคยเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด

ปม อย.! จีนโต้สหรัฐฯปฏิเสธ หน้ากาก KN95 เข้าประเทศ

หน้ากาก KN95 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่ามาตรฐานการรับรองเวชภัณฑ์อาจแตกต่างกันไป ในแต่ละประเทศและภูมิภาค