ชป.ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานฯ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์บริเวณพื้นที่กรมชลประทาน ปากเกร็ด

ชป.ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานฯ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์บริเวณพื้นที่กรมชลประทาน ปากเกร็ด

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย กรมชลประทาน ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงจัดกิจกรรมโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์บริเวณพื้นที่กรมชลประทาน ปากเกร็ด โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทาน ตลอดจนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานกว่า 800 คน 

       ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ บริเวณพื้นที่กรมชลประทาน ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การเก็บผักตบชวา ขยะมูลฝอย กำจัดวัชพืช ขุดลอกคลอง รวมทั้งปรับภูมิทัศน์ที่สาธารณโดยรอบด้วยการทำความสะอาดทางเดินกวาดพื้น กำจัดวัชพืชในสนามหญ้า และทำความสะอาด โดยแบ่งพื้นที่จัดกิจกรรมออกเป็น 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บริเวณพุทธสถานเชิงท่า-หน้าโบถส์ มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน จุดที่ 2 บริเวณคลองบางตลาด ตั้งแต่สะพานข้ามคลองจนถึงทางลงแฟลต1 มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน จุดที่ 3 บริเวณคลองบางตลอด ตั้งแต่ทางลงแฟลต1 จนถึงจุดต่อสโมสร มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน และจุดที่ 4 บริเวณคลองบางตลาด ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อสโสสร จนสิ้นสุดถนนติวานนท์ มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

สำหรับผักตบชวานั้น เป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ผักตบชวาเพียง 1 ต้นอาจขยายพันธุ์ได้มากถึง 1,000 ต้น ภายในระยะเวลาแค่หนึ่งเดือน ถึงแม้ว่าน้ำจะแห้งจนต้นของมันตาย แต่เมล็ดยังมีชีวิตต่อไปได้นานถึง 15 ปี และทันทีที่เมล็ดได้รับน้ำที่เพียงพอมันก็จะแตกหน่อเป็นต้นใหม่ต่อไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ผักตบชวาจะขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้กีดขวางการเดินทางของน้ำ ส่งผลให้อัตราการไหลของน้ำลดลง และเมื่อมีปริมาณมากเกินไปจึงทำให้สัตว์น้ำขาดออกซิเจนและตายลง ทั้งยังบดบังแสงแดดที่เป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์แสงของพืชใต้น้ำจะทำให้พืชเหล่านั้นเน่าและตายไป ดังนั้นจึงเกิดน้ำเน่าเสีย ทำให้ระบบนิเวศถูกทำลาย

สำหรับในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรมชลประทานได้มีการกำจัดวัชพืชกีดขวางทางน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกำหนดแผนการดำเนินงานกำจัดวัชพืชทั่วประเทศตลอดทั้งปี ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีการกำจัดวัชพืชรวมทั้งประเทศแล้วกว่า 1,825,997 ตัน ในพื้นที่กว่า 14,651 ไร่ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนได้ดียิ่งขึ้น

*********************************************
กรมชลประทาน
กระเกษตรและสหกรณ์
20 กรกฎาคม 2562