จู่โจมปิดล้อมจับกุม แก๊งทวงหนี้ นายทุนเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด จ.พิจิตร

ชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ดำรงธรรม จู่โจมปิดล้อมจับกุม แก๊งทวงหนี้ นายทุนเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ขณะก่อเหตุข่มขู่ประทุษร้ายร่างกายลูกหนี้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร นำโดยพันตำรวจโทกฤติกร ปานผล หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพิจิตร และตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติการจู่โจมปิดล้อมจับกุม นายณัฐวัฒน์ ช่วยเจริญ อายุ 31 ปี และนายอยุทธ์ ปาทาน อายุ 23 ปี ซึ่งเป็น 2 ในแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบให้นายทุนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

หลังจากก่อเหตุใช้วาจาข่มขู่ขืนใจ รวมถึงทำลายทรัพย์สินภายในบ้านลูกหนี้ และใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายลูกหนี้ เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว และลูกหนี้ต้องยอมหาเงินมาชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่กู้ยืมไป โดยเหตุเกิดในตลาดเทศบาลเมืองตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

โดยพฤติกรรมการทวงหนี้อย่างเหี้ยมโหดและไม่เกรงกลัวต่อความผิดกฎหมายบ้านเมือง เนื่องจากจะมีนายทุนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ทำหน้าที่คอยจ่ายเงินเพื่อเคลียร์กับหน่วยงานต่างๆ ไว้แล้ว และจากการตรวจค้นรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน ธก – 714 กรุงเทพฯ ซึ่งใช้เป็นพาหนะกระทำความผิด พบเงินสดที่เก็บจากลูกหนี้จำนวน 18780 บาท เอกสารสัญญาเงินกู้ สมุดรายชื่อลูกหนี้และของกลางอื่นๆ อีกรวม 20 รายการ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่าได้นำเงินสดมาให้ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย และผู้มีรายได้น้อย ในย่านชุมชนเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน กู้ยืม พร้อมกับเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 ต่อวัน และถ้าหากลูกหนี้รายใดไม่มีเงินจ่ายต้นและดอกเบี้ยขั้นแรกก็จะถูกใช้วาจาข่มขู่ขืนใจ และประทุษร้ายต่อร่างกาย รวมถึงรื้อค้นทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ร้านค้า เพื่อให้ลูกหนี้เกิดความหวาดกลัวและยอมหาเงินมาชำระต้นและดอกเบี้ยแบบรายวัน

โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้รับร้องทุกข์ไว้หลายรายจึงต้องทำการวางแผนจับกุมแก๊งทวงหนี้โหดมารับโทษตามกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะพานหิน ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยผิดกฎหมาย ปล่อยสินเชื่อโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันประทุษร้ายข่มขืนใจผู้อื่น นอกจากนี้จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผลดำเนินคดีกับนายทุนรายใหญ่ตามคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อไป