ธรรมนัส! ลุยยึดที่ดินนายทุน มาจัดสรรแจกให้คนจน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01)ให้กับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว 150 ราย พร้อมมอบบัตรดินดี ให้เกษตรกร 20 ราย พื้นที่แปลง คทช.ที่ 421 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองหินปูน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ จ.สระแก้ว ,นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ

ร.อ.ธรรมนัส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อพบปะเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องสิทธิการเข้าอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยพื้นที่กว่า 80% ในจังหวัดสระแก้ว อยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำหรับพื้นที่แปลง คทช. No.421 เป็นการตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ซึ่งได้จัดสรรในรูปแบบสหกรณ์ มีเกษตรกรเข้าอยู่อาศัยจำนวน 36 ครอบครัว โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เข้ามาดูแลและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร และเป็นโอกาสดีที่ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย เกี่ยวกับเรื่องมาตรฐาน GAP และแรงงานในสวนลำไย ซึ่งจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้หลังจากนี้

สำหรับการดำเนินการในพื้นที่การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) นั้น ส.ป.ก. ประกาศเป็นพื้นที่ คทช.ทั้งประเทศประมาณ 0.40 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดสระแก้ว จำนวน 78 แปลง เนื้อที่ 87,071 ไร่ สามารถยึดคืนมาดำเนินการโดยให้สถาบันเกษตรกรเช่าทำประโยชน์แล้วจำนวน 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น จำกัด สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภออรัญประเทศ (คทช.) จำกัด สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง (คทช.) จำกัด และสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวัฒนานคร (คทช.) จำกัด ทำให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินจำนวน 301 ราย เนื้อที่จำนวน 3,304 ไร่ และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดที่ดินให้สถาบันเกษตรกรเพิ่มเติมอีกจำนวน 2,405 ไร่

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เกษตรกรในที่ดิน คทช. อาทิ การสร้างถนนเข้าพื้นที่ แหล่งน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน