เปิดใจในวัย 21 ปี “ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” กับด้านที่คนไม่ค่อยเห็น โตเกินวัย ท่ามกลางความคาดหวังและแรงกดดันรอบตัว
อีกหนึ่งบทสนทนาที่ทำให้หลายคนฟังแล้วเงียบตาม เมื่อ ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ออกมาเปิดใจแบบตรงไปตรงมาในรายการ “หาทำ” ของ เอแคลร์ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเด็กวัย 21 ปี ที่ต้องเติบโตเร็วเกินวัย และใช้ชีวิตท่ามกลางสายตา ความคาดหวัง และคำตัดสินจากสังคมอยู่ตลอดเวลา
ลิลลี่เล่าว่า นับตั้งแต่มีชื่อเสียง ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกการกระทำต้องระวัง คิดก่อนพูด กลัวทำอะไรไม่ดีพอ และกลัวทำให้ใครหลายคนไม่พอใจ แม้แต่การออกไปเจอผู้คนทั่วไป ก็ยังมีความกังวลว่า คนที่เข้ามาหาเธอจะจริงใจหรือไม่
อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างแรงกดดันไม่แพ้กัน คือเรื่อง รูปลักษณ์ภายนอก ลิลลี่ยอมรับว่าหลังทำจมูกและขึ้นร้องเพลงบนเวที ก็ต้องเจอกับคำวิจารณ์มากมาย ทั้งเรื่องความสวย รูปร่าง คอสั้น จนเธอพยายามปรับตัวตามเสียงในโซเชียลถึงขั้นฉีดโบท็อกซ์ที่ไหล่ เพื่อให้คอดูยาวขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังไม่วายถูกโจมตีอยู่ดี จนเธอเริ่มเข้าใจว่า บางครั้งไม่ใช่เพราะทำอะไรผิด แต่อาจเป็นเพราะบางคนไม่ชอบเธออยู่แล้ว
ลิลลี่ยอมรับว่ามีช่วงเวลาที่รู้สึกน้อยใจ แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เพราะเติบโตมากับสิ่งเหล่านี้มาตลอด เธอย้ำว่าเธอไม่ใช่คนที่ไม่ชอบใครก่อน เพียงแต่อาจพูดตรงไปบ้าง และที่สำคัญ เธอเป็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่ง ที่อยากใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นบ้าง หลังจากต้องอยู่ในกรอบมาตั้งแต่วันที่เริ่มมีชื่อเสียง
นอกจากนี้ ลิลลี่ยังเปิดใจถึงประเด็นที่ทำให้เธอรู้สึกหนักใจมาก คือการถูกมองว่าไม่เข้าใจพี่สาวอย่าง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หรือไม่ช่วยแม่ ทั้งที่ในความเป็นจริง เธอช่วยเท่าที่กำลังของตัวเองมี และรู้สึกเสียใจกับคอมเมนต์ที่ตัดสินกันเพียงจากภาพที่เห็น โดยไม่รู้รายละเอียดชีวิตจริง
อย่างไรก็ตาม ลิลลี่ยืนยันว่า หากไม่ใช่เรื่องปัญหาภายใน ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แม่เป็นคนจิตใจดี พี่สาวเป็นคนขยัน และเธอเป็นน้องเล็กของบ้าน พร้อมฝากถึงสังคมว่า เรื่องครอบครัวควรพอดี อย่าอินเกินไป เพราะบางคอมเมนต์รุนแรงและเกินความจำเป็น