ด่วน ! “ปชป.” เคาะแล้ว เลือก “จุรินทร์”​ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

ด่วน ! “ประชาธิปัตย์” เคาะ “จุรินทร์”​ นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ประกาศรวมทีม “อเวนเจอร์” ดึง “กรณ์-อภิรักษ์-พีระพันธุ์” ผนึกพลังทุ่มเททำงานให้พรรค 

15 พ.ค.62-ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญ โดยมีวาระสำคัญในการเลือกตั้งหัวหน้า และกรรมการบริการพรรคชุดใหม่ แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคที่ประกาศลาออกเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมที่จะเริ่มขึ้นในเวลา 09.00 น. พบว่า น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางมาที่หน้าห้องประชุม เพื่อเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ เลือกนายกฯ จากพลเรือน หยุดยั้งคสช.สืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะจากคำพูดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ ก่อนการเลือกตั้งยังมีความชอบธรรม จึงเชื่อว่าประชาธิปัตย์จะรักษาสัจจะที่ให้ไว้ นอกจากนี้ น.ส.ณัฏฐา ยังได้มอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน 4 แคนดิแดทท้าชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรคฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางมาที่ประชุม โดยมีผู้สนับสนุนแต่ละคนเข้ามาให้กำลังใจอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวาระการเสนอชื่อผู้สมัครหัวหน้าพรรคจากองค์ประชุมทั้งหมด 275 คน จากผู้สิทธิเลือกจำนวน 309 คน โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เสนอชื่อนายจุรินทร์ ซึ่งได้เบอร์ 2 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เสนอชื่อนายกรณ์ ได้เบอร์ 4 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก เสนอชื่อนายอภิรักษ์ได้เบอร์ 1 และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เสนอชื่อนายพีระพันธุ์ได้เบอร์ 3 จากนั้นเข้าสู่การแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที

นายอภิรักษ์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า การก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อ 27 ปีที่แล้ว เพราะเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ก่อนจะได้โอกาสสมัครเป็นผู้ว่าฯกท.เมื่อปี 2547 ส่วนสาเหตที่ตัดสินใจสมัครเป็นหัวหน้าพรรคนั้นจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนของพรรค วันนี้ได้พูดคุยกับชางประชาธิปัตย์หลายคน มีคำถามว่าการไม่ลงสมัครส.ส.จะมาทำงานได้หรือไม่ แต่ถ้ามองวิกฤติเป็นโอกาสต้องนำบทเรียนครั้งนี้มาทบทวนการได้ส.ส.ที่น้อยลงเป็นจำนวนมาก แต่ตนตั้งใจมาทำหน้าที่เพื่อใช้เวลาทั้งหมดทำงานร่วมกับทุกคนเพื่อฟื้นฟู ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ประชาธิปัตย์ร่วมสมัย วันนี้ยืนยันว่าพร้อมทำงานถึงแม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ตาม โดยตนจะรับฟังความคิดเห็นของทุกคนถึงแม้จะเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมถึงจะเปลี่ยนการบริหารจัดการ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

“ผมอยากให้ประชาธิปัตย์กลับมาชนะการเลือกตั้งเช่นเดียวกับที่ตนเคยชนะเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. อย่างที่เคยทำให้ประชาธิปัตย์ได้ส.ส. กทม. 27 ที่นั่งเมื่อปี 2550 และจะทำให้ประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนไทยทั้งประเทศ ยืนยันเลือกอภิรักษ์พรรคเปลี่ยน”นายอภิรักษ์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ถ้าได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้กับทุกคนที่ทำงานทุ่มเท โดยไม่จำเป็นว่าจะอยู่ฝ่ายไหนหรือเป็นเด็กของใคร ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ โดยอุมการณ์ของพรรคต้องไม่เปลี่ยน แต่นโยบายและวิสัยทัศน์ต้องเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะระบบบริหารจัดการ อาทิ เอไอต้องนำมาใช้การบริหารและทางการเมืองเพื่อนำไปสู่ความทันสมัยในอนาคต และต้องหมดยุคซุปเปอร์แมน ต้องเป็นยุคอเวนเจอร์ มาร่วมเป็นทีมอเวนเจอร์ประชาธิปัตย์ ตั้งแต่นายกรณ์ นายอภิรักษ์ และนายพีระพันธุ์ จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของพรรค

ต่อมานายพีระพันธุ์ แสดงวิสัยทัศน์ ว่า จากผลเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่าท้อถอยและหมดกำลังใจ ต้องนำมาเป็นบทเรียนเพื่อนำพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคหลักของประเทศให้ได้ จึงต้องปรับปรุงบริหารจัดการพรรค จากอายุพรรค 73 ปแต่รูปแบบบริหารจัดการไม่ได้เปลี่ยนไปเลยที่มาจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และผู้บริหารพรรค แต่กลับยังมีอีกหลายคนต้องการมาช่วยพรรคจำนวนมาก จึงต้องเปิดโอกาสให้หลายคนเข้ามา เชื่อว่าทุกคนรักพรรค แต่ประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน ผู้บริหารพรรคต้องเปิดกว้างอย่าจำกัดอำนาจไว้ที่ตัวเอง ดังนั้นถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงให้ทุกคนเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง

“ผมไม่สนใจตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ขอเอาแนวทาความคิดของผมมาจัดการพรรคใหม่ ผอยากเปิดโอกาสให้ทุกครมาเดินเป็นหน้ากระดานด้วยกัน ผมตั้งใจมากอบกู้พรรค ถ้าได้รับโอกาสจากเพื่อนๆ เป็นหัวหน้าพรรค แต่มีคนถามว่าแล้วถ้าไปร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไร แต่ผมไม่รับตำแหน่งบริหารในรัฐบาลเด็ดขาด”นายพีระพันธุ์ กล่าว

ด้านนายกรณ์ แสดงวิสัยทัศน์ ว่า ความแตกแยกในพรรคต้องไม่เกิดจากการแบ่งพรรคแบ่งพรรค โดยต้องเตรียมให้ทุกคนได้มีที่ยืนเพื่อทำงานทุกอย่างร่วมกัน ตนจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นทางเลือกหลักของประชาชน และชนะการเลือกตั้ง แต่ทุกคนต้องทำงานให้หนักและใช้ความรู้ความสามารถที่มี แต่พรรคประชาธิปัตย์มีทุนสำคัญที่มีประวัติมายาวนานหลายปี เคยสร้างนวัตกรรมทางนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์มาแล้ว แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคไม่สามารถอาศัยบุญเก่าได้ จึงต้องมีความกล้าจะเดินหน้าให้ชัดเจน ดังนั้นการกระทำของพรรคจะต้องชัดเจนในเป้าหมายว่าถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีโอกาสในการดำเนินชีวิต รวมถึงให้ประเทศพัฒนา ที่สำคัญพรรคจะสร้างให้สังคมไทยมีความสงบและสถาบันหลักมีความมั่นคง

“ต้องปรับมุมที่ประชาชนมองให้พรรคยึดหลักปฏิบัตินิยม โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมาย มีจุดยืนมั่นคงและยืดหยุ่นกับยุทธศาสตร์ วันนี้เราจะตัดสินใจครั้งสำคัญที่ประชาธิปัตย์จะกำหนดอนาคตของประเทศว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล แต่ไมว่าจะตัดสินใจทางไหน ตราบใดเราต้องยึดประชาชน ประเทศชาติ และสังคมต้องมีความสงบและสถาบันหลักมีความมั่นคง มั่นใจว่าจะเลือกไปทางใด เชื่อว่าประชาชนจะยอมรับ และสนับสนุนการตัดสินใจของพรรค”นายกรณ์ กล่าว

จากนั้นเวลา 13.13 น. ที่ประชุมได้นับคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่า นายจุรินทร์ ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด 160 คะแนน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ส่วนนายพีระพันธุ์ได้ 102 คะแนน นายกรณ์ได้ 19 คะแนนและนายอภิรักษ์ได้ 10 คะแนน

สำหรับประวัติ นายจุรินทร์เป็นชาว .ท้ายเหมือง .พังงาเริ่มศึกษาในระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนศิริราษฎร์วิทยา .พังงา ศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สำเร็จปริญญาตรีรัฐศาสตร์บัณฑิตสาขาบริหารรัฐกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนระดับปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานโยบายสาธารณะ และการวางแผน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)

นายจุรินทร์ เคยได้รับเลือกเป็น ส..ครั้งแรกเมื่อปี 2529  และได้เป็น ส..ต่อเนื่อง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในปี 2535 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2537 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในปี 2540 ในรัฐบาล ชวน หลีกภัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปี 2551 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขปี 2553 ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ