ย้อน 86 ปี รับน้องครั้งแรกของประเทศไทย

ในทุกๆปี เรามักจะได้ยินข่าวเหตุการณ์เกี่ยวกับการรับน้อง ซึ่งความรุนแรงมักจะทวีขึ้นเรื่อย

คุณจำเหตุการณ์  ม.ดังในภาคอีสาน  สั่งรุ่นน้องถ่ายภาพสุดสยิว 

ม.ชื่อดัง ย่านวังเก่า หยดน้ำตาเทียนรับน้อง แผลพุพองเต็มแขน

วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ให้รุ่นน้องกินเหล้าขาวทิ้งดิ่งทะเล 

หลายคนสงสัยว่าการรับน้องทำไมรุนแรงขนาดนี้?

ใครเป็นคนคิดการรับน้องขึ้นมา?

ทำไมต้องรับน้อง?

บังคับหรือเต็มใจ?

…….คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่คลุมเครือใจใครหลายคน เพราะถ้าเมื่อถึงวันที่ลูกหลานของคุณ ต้องเจอเหตุการณ์รับน้อง คุณจะคิดถึงเรื่องราวที่เป็นข่าวนี้ทันที

การรับน้องจริงๆแล้ว เกิดขึ้นจากการแข่งขันฟุตบอลระหว่างคณะแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2475แต่เกิดเหตุการณ์ผู้เล่นฝ่ายหนึ่งเดินไปต่อยอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่มีการยั่วยุหรือข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น พอคณะกรรมการสืบหาที่มา จึงได้รู้ว่านั่นได้มีการนัดแนะไว้แล้ว แต่เรื่องไม่จบลงง่ายๆ เกิดขึ้นเป็นคดีความเพราะทางรุ่นพี่ไม่เชื่อว่ามีการนัดแนะกัน จนถึงขั้นได้ประชุมหาทางลงโทษ บางคนก็บอกว่าให้จับโยนน้ำบ้าง คลานขึ้นจากท่าน้ำมาขอโทษ คว่ำบาตรบ้าง แต่สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยดี  ด้วยการยกโทษให้รุ่นน้อง ต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นการแสดงน้ำใจงานรับน้องจึงสร้างความประทับใจให้กับทุกคน

และได้กลายเป็นพิธียกโทษ ต่อมาเป็นประเพณีประจำคณะแพทยศาสตร์ คือประเพณีรับน้องข้ามฟากของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ยังได้สืบต่อกันมาทุกปี ปัจจุบันเรียกกันว่า “งานรับน้องข้ามฟาก”

ส่วนการรับน้องแบบ การว๊าก ที่เห็นได้ในปัจจุบัน เรียกว่า ระบบโซตัส คือรูปแบบการฝึกนักเรียนนักศึกษาใหม่ใช้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ระบบโซตัส มักจะใช้หลักจิตวิทยาและสร้างเหตุการณ์ขึ้นโดยการยกเรื่องความสามัคคีในหมู่คณะและการเคารพผู้อาวุโสที่ได้เข้าศึกษาก่อน  เพื่อให้รุ่นน้องเกิดความเกรงกลัวและปฏิบัติตามกฎที่รุ่นพี่วางไว้

แต่เมื่อสังคมเปลี่ยน ค่านิยมเปลี่ยน การรับน้องเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น จนบางครั้งทำให้เราไม่สามารถที่จะหยุดคิดเรื่องนี้ได้ เมื่อถึงเวลาที่ลูกหลานของคุณต้องไป “รับน้อง” จุดประสงค์ในการรับน้องที่รุ่นพี่หลายต่อหลายรุ่นส่งต่อกันมาก็คือ ความรัก ความสามัคคี  ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีความแค้น ไม่มี ความเศร้า ไม่มีความเสียใจ และไม่ส่งต่อความรุนแรงไปเรื่อยๆ นี่จึงเป็นสิ่งที่รุ่นพี่ควรทำมากกว่าความรุนแรง

… รุ่นพี่รุ่นน้องตลอดไป…