ครม.รับทราบประกาศ 4 จังหวัดเป็นพื้นที่ “ภัยแล้ง” ขณะที่นายกฯ วอนชาวนางดทำนาปรัง หลังปลูกเกินแผนแล้ว 100%
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบการประกาศพื้นที่ภัยแล้งใน 2 ภาค คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก รวม 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ตราด และชลบุรี แต่สิ่งที่เป็นกังวลตอนนี้ คือ ปัญหาเรื่องน้ำ โดยเฉพาะปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้ฤดูฝนสั้นลง และฝนตกน้อยลง โดยขณะนี้กำลังต้องรอว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะประเมินสภาพอากาศในฤดูฝนหน้าอย่างไร
“ตรงนี้รัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้ว อันแรก คือเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำประปาไม่เพียงพอ ได้สั่งการให้ขุดบ่อบาดาลเพิ่มเติม หรือให้มีการขนย้ายให้บริการประชาชนหลายพื้นที่ โดยที่ผ่านมาทำมาเยอะแล้ว แต่ยังไม่พอ ต้องทำให้ดีขึ้น ต้องทำระบบการบริหารจัดการน้ำให้ดีขึ้นกว่าเดิม”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรนั้น แม้ว่าขณะนี้ปริมาณน้ำใน 10 เขื่อนที่ส่งเข้าไปยังพื้นที่ชลประทานจะมีน้อยลง แต่ภาคเกษตรยังไม่ปรับเปลี่ยนตัวเองมากนัก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็มีมาตรการ กำหนดพื้นที่เพาะปลูกนาปรังจำนวนหนึ่ง แต่พบว่าก็มีการปลูกข้าวนาปรังเกิน 100% ไปแล้ว ซึ่งอาจเป็นผลจากราคาข้าวเปลือกดีขึ้น เกษตรกรจึงเร่งปลูก โดยไม่ได้คิดว่าจะเอาน้ำมาจากไหน ต้องสร้างความเข้าใจกันเพิ่มเติม
“รัฐบาลจำเป็นต้องหามาตรการเพิ่มเติมต่อไป แก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน และอยากขอร้องว่า ช่วงนี้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรัง เพราะถ้าฝนไม่ตก น้ำในเขื่อนไม่พอ จะทำอย่างไร ถ้าปล่อยน้ำหมดวันข้างหน้าจะทำให้เดือดร้อน ต้องมีมาตรการปล่อยน้ำอย่างสมดุล ฉะนั้น ต้องรับฟังรัฐบาลบ้าง”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นอกจากนี้ สิ่งที่จะต้องมีปัญหาต่อไป คือ ปริมาณน้ำที่จะปล่อยน้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็ม ถ้าไม่มีน้ำเพียงพอจะทำให้ดินเค็มมากขึ้น ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก