เตรียมตัวให้พร้อมกับ Black Friday มหกรรมซื้อสินค้าของคนทั่วโลก

มาแล้วครับกับเทศกาลการซื้อของแบบจัดหนักของฝั่งสหรัฐอเมริกาอย่าง Black Friday ซึ่งเป็นวันที่คนเรียกแทนวันศุกร์ต่อจากวันขอบคุณพระเจ้าหรือ Thanksgiving และดำเนินมาตั้งแต่ปี 1952

แต่คำว่า Black Friday เรียกกันติดปากในช่วงยุค 80 ส่วนในปีนี้นั้นวันขอบคุณพระเจ้าตรงกับ 28 พฤศจิกายน จึงทำให้ Black Friday จะเป็น 29 พฤศจิกายน (ช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ตามเวลาของบ้านเรา)

ในวัน Black Friday นี้ร้านค้าต่างๆจะออกโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเกือบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน เกมส์ รองเท้า เสื้อผ้า รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นวันที่ร้านค้าเปิดให้บริการเร็วกว่าปกติอีกด้วย

ดังนั้นเรามาดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างใน Black Friday 2019 ดังนี้

ซื้อออนไลน์มาแรง – ทางบริษัททำบัญชีชื่อดังอย่าง Price Water House หรือ PwC เผยว่าในปีนี้คนจะซื้อของในช่วง Black Friday เพื่อกั้กไว้ให้ของขวัญในวันคริสต์มาสผ่านทางเว็บ Hanukkah และ Kwanzaa กันมากขึ้นและมีการคาดการณ์ว่าการซื้อทางออนไลน์จะมีเงินสะพัด 1 ใน 4 ส่วนการการจับจ่ายใช้สอยในปีนี้ เพราะผู้ซื้อที่มีอายุน้อยจะนิยมแบบออนไลน์มากกว่าผู้สูงอายุ ถึงแม้ว่าตลาดออนไลน์จะดูเติบโตแต่ยังไงฝูงชนก็จะยังคงแห่ไปที่ร้านค้าในเวลาเที่ยงคืนของวันขอบคุณพระเจ้าอยู่ดี

การเป็นวันหยุดประจำปีเฉย – ยังไงวันศุกร์ยังคงเป็นวันที่ทุกคนต้องทำงานรวมถึงการต่อเนื่องในการทำงานวันเสาร์ด้วย มันจึงทำให้หลายคนเลือกที่จะลาหยุด ลาพักร้อนหรืออ้างว่าลาป่วยสารพัดเพื่อที่จะมาซื้อของลดราคาใน Black Friday กัน และนอกจากยอดคนยุดงานในอเมริกาเหนือจะพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 50 แล้ว แต่ยอดคนหยุดในยุโรปและตะวันออกกลางก็พุ่งขึ้นสูงมาก ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งๆ ที่สมัยก่อนคนจะไปซื้อของตอนเย็นๆ เวลาเลิกงานเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเพราะผลจากเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ทำให้เกิด 3 แคมเปญใหญ่ – เมื่อมีการจับจ่ายใช้สอยมาก มันย่อมเกี่ยวข้องกับธุรกิจในเชิงพาณิชย์อื่นๆ อยู่แล้ว เพราะธุรกิจก็คือการแข่งขันใครมือยาวได้สาวเอา และจะมี 3 แคมเปญหลักๆ ดังนี้

  1. ส่งทางเรือฟรี – หากมียอดผู้จับจองซื้อสินค้ามากๆ การขนส่งทางเรือย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญทำให้บริษัทที่จะนำของมาส่งนั้นต้องดีลกับบริษัทเรือเอาไว้ มันจึงทำให้ยอดการขนส่งผ่านเรือเพิ่มถึงร้อยละ 58 ดังนั้นหากส่งฟรีได้ใครๆ ก็ชอบ
  2. โปรโมชั่นตามเว็บและห้างร้าน – ในวัน Black Friday มันเป็นวันที่ดีที่จะทำโปรโมชั่นและยอดขาย รวมไปถึงการล้างสต็อกสินค้าเก่าอีกด้วย เพราะการลดราคาหรือการแถมนั้น คนก็จะชอบทางร้านก็ทำกำไรได้มาก อย่าง Amazon อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ยังจัดโปร “Black Friday Deals Week” และบอกเลยว่ากำไรพุ่งเป็นหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ
  3. สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคล – เมื่อถึง Black Friday ก็จะทำให้ผู้บริโภคเก็บหอมรอมริบเงินเพื่อวางแผนให้พอดีในการจับจ่ายใช้สอย และอย่างที่กล่าวไปมันเหมาะแก่การซื้อของขวัญคริสต์มาสมาเก็บไว้ก่อนซึ่งมันถูกกว่าการซื้อก่อนเทศกาลแน่ๆ ลูกๆ หลานๆ หรือคนที่คุณรักก็จะมีความสุข

ระวังในการซื้อของในวัน Black Friday – นอกจากห้าง เว็บหรือบริษัทต่างๆ มีคนจับจ่ายใช้สอยมากมันย่อมมีโพรงให้พวกมิจฉาชีพเข้ามากอบโกยกำไรได้เช่นกันหรือห้างร้านบางที่ก็ทำซะเอง

  1. อย่าเห็นแก่ส่วนลด – บางยี่ห้องมักจะเอาของเก่าที่ค้างสต็อกหรือเลิกผลิตแล้วมาขาย แต่อย่าลืมดูเรื่องคุณภาพของสินค้าด้วยว่ามีตำหนิ หรือเก่าจนใช้ไม่ได้แล้วหรือยัง ไม่งั้นก็เท่ากับว่าเราซื้อขยะเข้ามาในบ้านซะอย่างนั้น
  2. ซื้อในสิ่งที่ต้องการ – ปัจจุบันเมื่อเห็นโปรโมชั่นคนมักจะตาลุกวาวซึ่งเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ดังนั้นเราควรซื้อย่างมีสติและซื้อสิ่งที่มันจำเป็นต่อเราจริงๆ ไม่งั้นมันจะกองอยู่ในตู้โดยที่เราไม่ได้ใช้งาน
  3. ระวังอันตราย – ในต่างประเทศบางกลุ่มคนที่ไปรอโปร Black Friday ตั้งแต่เที่ยงคืนนั้น มันก็ทำให้มีมิจฉาชีพรอดักจี้ รวมถึงการเบียดเสียดซื้อของ (ไทยก็อาจจะมี) ระวังเรื่องอุบัติเหตุเหยียบกันหรือกระทบกระทั่ง ซึ่งอาจะทำให้คุณได้รับบาดเจ็บ

Black Friday ในไทย – อันนี้แถมให้ครับ เพราะสำหรับในปี 2019 ตอนนี้แต่ละเว็บ หรือห้างร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee, Central, Paragon, The Malls และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย ก็มีโปรโมชั่นที่ออกมาให้เหล่านักช้อปต้องออกมาควักเงินออกจากกระเป๋าเช่นเดียวกับวัน 11.11 ที่เพิ่งผ่านไป ยังไงๆ ก็อย่าใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้เป็นสินนะครับ

บทความนี้แปลและเขียนโดยทีมข่าว Bright Today

ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.emarsys.com/resources/blog/black-friday-2019/
https://www.imrg.org/blog/black-friday-trends-2019/
https://www.bloomberg.com/opinion/articles/2019-11-27/the-black-friday-stampedes-will-continue