ส.นักผังเมืองไทย ค้าน ทางเลียบเจ้าพระยา หวั่นทำลายวิถีชุมชน ความสงบสุข

สมาคมนักผังเมืองไทยคัดค้านการสร้าง ทางเลียบเจ้าพระยา ยันเหตุผลทางวิชาการและวิชาชีพทางผังเมือง หวั่นทำลายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2562 นายกสมาคมนักผังเมืองไทยได้ออกคำแถลงการณ์ในเพจ สมาคมนักผังเมืองไทย ต่อโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า

ตามที่เป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ ว่าประธานคณะกรรมการวิสามัญการพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการของกรุงเทพมหานครตามนโยบายรัฐบาล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่าจะเร่งสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานพระราม 7 – กรมชลประทาน – บางพลัด โดยจะใช้เวลาในการดำเนินการ 540 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงแม่น้ำอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ

ในฐานะนายกสมาคมนักผังเมืองไทย ขอคัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าว ด้วยเหตุผลทางวิชาการและวิชาชีพทางผังเมือง ดังนี้

1. รูปแบบทางเดินทางจักรยาน จะอยู่สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.25 เมตร ต่ำกว่าระดับเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในปัจจุบันประมาณ 1.00 เมตร จะนำมาซึ่งกิจกรรมที่ทำลายความเป็นชุมชนและความเป็นส่วนตัวของบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเข้าใจว่า ทางเดินและทางจักรยาน จะดึงดูดกิจกรรมการเดินและการขี่จักรยานของคนนอกพื้นที่เป็นหลัก ความสงบของชุมชนและความเป็นส่วนตัวของบ้านเรือนริมแม่น้ำจะลดลงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ อีกทั้งระดับความสูงของทางเดินทางจักรยาน อยู่ที่ระดับประมาณชั้นสองของบ้านเรือนปกติที่มักจะใช้เป็นห้องนอนที่ต้องการความสงบสูง การมีคนนอกพื้นที่มาทำกิจกรรมนำมาซึ่งเสียงรบกวนในช่วงเวลาพักผ่อนเข้ามาโดยตรงยังห้องนอนของผู้พักอาศัย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากขโมยที่สามารถปีนเข้าสู่ชั้นสองของบ้านได้โดยง่าย

2. ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนวแม่น้ำ แน่นอนว่าประชาชนควรมีสิทธิเข้าถึงแม่น้ำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและชื่นชมความงามริมแม่น้ำได้ตามสมควร แต่ก็ควรเลือกเฉพาะพื้นที่บางส่วนที่มีศักยภาพทั้งด้านความงามและการเข้าถึงอย่างสะดวก โดยไม่กระทบต่อชุมชนและบ้านเรือนริมน้ำแต่อย่างใด มีพื้นที่ของรัฐเป็นจำนวนมากที่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสาธารณะริมน้ำได้โดยไม่กระทบกับสิทธิของประชาชนและทัศนียภาพริมแม่น้ำแบบที่โครงการนี้ได้นำเสนอ

3. พื้นที่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้ต่างอะไรกับสะพานลอยข้ามถนน ซึ่งจะมีความไม่ปลอดภัยต่อการใช้งานในช่วงเวลากลางคืน กลายเป็นพื้นที่มั่วสุมหรือทำกิจกรรมอันไม่พึงประสงค์ของสังคม นำมาซึ่งงบประมาณในการบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมบำรุง ทำความสะอาด ไฟฟ้าส่องสว่าง การดูแลเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ เช่น กล้องวงจรปิดและผู้รักษาความปลอดภัย การป้องกันจักรยานยนต์ขึ้นมาใช้งาน ซึ่งเป็นภาระของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานของรัฐอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

4. ลดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาอุบัติภัยต่อชุมชนริมน้ำ ในปัจจุบัน แม่น้ำเจ้าพระยาถูกใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงเพื่อป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติต่าง ๆ ทางเรือ เช่น การลำเลียงคนเจ็บป่วย การดับเพลิง ซึ่งเรือช่วยเหลือเฉพาะกิจสามารถเข้าถึงแปลงที่ดินริมน้ำได้โดยตรง แต่ทางเดินทางจักรยานจะทำให้ประสิทธิภาพในการเข้าถึงในยามฉุกเฉินลดลงเนื่องจากมีทางเดินทางจักรยานกีดขวาง และมีระยะทางที่ยาวขึ้น

5. ทัศนียภาพและภาพจำของพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยถูกเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีวันกลับคืนมาได้ เราจะพบเห็นภาพประเทศไทยที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลก เป็นพื้นที่ชุมชนริมน้ำ ที่ประกอบด้วยวัดสำคัญ ท่าเรือและบ้านเรือนที่อยู่ติดกับแม่น้ำโดยตรง ไม่มีทางเดินทางจักรยานคอนกรีตอยู่ในภาพจำดังกล่าว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีประเทศใดมีแบบนี้ และเป็นเสน่ห์ของประเทศไทยสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน เส้นทางสัญจรต่าง ๆ ก็ถูกจัดวางให้อยู่ถัดไปจากแปลงที่ดินริมแม่น้ำอย่างแนบเนียน ภาพจำดังกล่าวมีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของประเทศไทยไม่น้อยกว่าภาพสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง หรือ ถนนราชดำเนิน แต่อย่างใด จึงสมควรที่จะได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นสมบัติของชาติ

6. เป็นโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆ และไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทอื่น ๆ แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ที่คาดว่าจะประกาศบังคับใช้ในปี 2563 มิได้แนวเส้นทางเดินทางจักรยานดังกล่าวไว้ในร่างผังเมืองรวม ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลต่อโครงสร้างการสัญจรของเมืองเป็นอย่างมาก และเมื่อสืบค้นไปยังแผนและผังของหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ก็ไม่ปรากฏโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด โครงการนี้จึงขาดความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในเมืองและภาคมหานครโดยสิ้นเชิง

จากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กระผมในฐานะนายกสมาคมนักผังเมืองไทย จึงขอคัดค้านโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร ขอเรียกร้องให้ยุติโครงการดังกล่าว หันมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ของรัฐที่อยู่ริมแม่น้ำให้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและท่องเที่ยวที่ดี ด้วยรูปแบบที่เป็นมิตรและเคารพต่อชุมชนและเอกลักษณ์ของประเทศ เพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่เกี่ยวเนื่องเป็นพื้นที่คุณภาพดีสำหรับประเทศไทยต่อไป

ด้วยความเคารพ
พนิต ภู่จินดา
นายกสมาคมนักผังเมืองไทย พ.ศ.2562-2564

คำแถลงการณ์ต่อโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนายกสมาคมนักผังเมืองไทยตามที่เป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ…

โพสต์โดย สมาคมนักผังเมืองไทย เมื่อ วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2019

การพัฒนาทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 12 แผนงานจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อ 9 ธ.ค. 2557 และมีสำนักการโยธา กทม.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ

ข้อมูลพื้นฐานทางกายภาพของทางเลียบฯดังกล่าว จะมีความสูงประมาณ 2.25 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีความกว้าง 7-10 เมตร ตลอดเส้นทาง 14 กม. มีชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสำคัญ 32 ชุมชน

ในระยะแรกจะเป็นการดำเนินการโครงการที่ 1-6 ก่อน ในส่วนโครงการนำร่อง จะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่สะพานพระราม 7 – สะพานพระปิ่นเกล้า ระยะทางฝั่งละ 7กม. รวมสองฝั่งเป็น 14 กม. จากระยะทางทั้งหมดของโครงการ 57 กม.โดยใช้งบประมาณ 8,363 ล้านบาท

โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 12 หรือ เจ้าพระยา ฟอร์ ออล (Chaophraya for All)ประกอบไปด้วย 12 หัวข้อดังนี้

  1. ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา
  2. ปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อน
  3. พัฒนาท่าเรือ
  4. พัฒนาศาลาท่าน้ำ
  5. พัฒนาพื้นที่บริการสาธารณะ
  6. พัฒนาเส้นทางการเข้าถึงพื้นที่
  7. ปรับปรุงพื้นที่แนวคูคลองประวัติศาสตร์
  8. พัฒนาพื้นที่ชุมชน
  9. อนุรักษ์พัฒนาพื้นที่ศาสนสถาน
  10. พัฒนาพื้นที่นันทนาการและสวนสาธารณะริมน้ำ
  11. พัฒนาจุดหมายตา (แลนด์มาร์ก) ริมแม่น้ำ
  12. พัฒนาสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา