เพจชื่อดัง! เผยหญิงชาวญี่ปุ่นติดเชื้อ ไวรัสซิก้า หลังกลับจากเที่ยวเมืองไทย

เพจชื่อดัง เผยรัฐบาลญี่ปุ่นพบหญิงวัย 30 ปี ติดเชื้อ ไวรัสซิก้า หลังกลับจากเที่ยวเมืองไทยช่วงเดือนต.ค. พร้อมเตือนประชาชนระวังอย่าให้ยุงลายกัด ระหว่างเดินทางไปประเทศเสี่ยงต่อโรคนี้

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจชื่อดังอย่าง “ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น” ได้ออกมาตีข่าวพร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนว่า ข่าวร้อนในญี่ปุ่น วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา หญิงอายุ 30 ปีจากเมืองคาเกคาวะ ที่เพิ่งกลับมาจากการเที่ยวประเทศไทยเมื่อเดือนต.ค. ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสซิก้า แพร่เชื้อผ่านทางยุง หลังกลับถึงบ้านก็มีอาการผื่นขึ้น และได้รับการวินิจฉัยว่า ติดเชื้อไวรัสซิก้า ตอนนี้เธอได้รักษาหายแล้ว และทางการเชื่อว่าเชื้อไม่น่าจะยังแพร่กระจายไปให้คนอื่น พร้อมกับขอให้ประชาชนระวังอย่าให้ยุงกัดเมื่อเดินทางไปยังประเทศที่เสี่ยงต่อโรคนี้

ทั้งนี้ แฟนเพจดังกล่าวยังให้ข้อมูลอีกว่า โรคไข้ซิกาเกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งอยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (flavivirus) มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยยุงที่เป็นพาหะนำโรคไข้ซิกาเป็นชนิดเดียวกันกับยุงที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya) และไข้เหลือง ระยะฟักตัวของโรคไข้ซิกาใช้เวลาเฉลี่ย 4-7 วันหลังโดนยุงกัด (สั้นสุด 3 วันและยาวสุด 12 วัน) อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ มีผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงเล็กน้อย ไม่รุนแรง และเป็นอยู่ประมาณ 2-7 วัน ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งอาจทำให้เด็กทารกที่คลอดมามีสมองเล็ก (Microcephaly) หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้

สำหรับการรักษาในปัจจุบันนั้น ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้ซิกาโดยเฉพาะการรักษาทำได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรักษาตามอาการ เช่น ใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้หรือบรรเทาอาการปวด ทั้งนี้ห้ามรับประทานยาแอสไพรินหรือยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เนื่องจากยาบางชนิด เป็นอันตรายสำหรับโรคนี้ โดยอาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น

ส่วนการป้องกันโรคนั้น ต้องระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด ใช้ยากำจัดแมลงหรือยาทาป้องกันยุงกัด นอนในมุ้ง และปิดหน้าต่าง ปิดประตูหรือใช้มุ้งลวดติดป้องกันยุงเข้าบ้าน สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิด กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายโดยการทำความสะอาด การเทน้ำทิ้ง หรือปิดฝาภาชนะที่สามารถบรรจุน้ำได้ เช่น กระถางต้นไม้ เพื่อป้องกันน้ำขังอันจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หากมีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ หรืออาการที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ควรรีบปรึกษาแพทย์และเข้ารับการรักษาทันที หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด แต่หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรปรึกษาแพทย์และป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด