กูรูไทยลีก : บทพิสูจน์!สายเลือดใหม่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2019

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โค้งสุดท้ายไทยลีก 2019 ในระดับT1 ต้องยอมรับว่าสนุกเข้มข้นเร้าใจจริงๆ

ถึงตอนนี้ผ่าน 28 นัด คงปฎิเสธไม่ได้ครับว่า ม้าที่วิ่งควบลุ้นเข้าเส้นชัยมีเพียง 3 สโมสรเท่านั้น คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , การท่าเรือ และเชียงราย ยูไนเต็ด

โดย บุรีรัมย์ นำจ่าฝูงมี 54 คะแนน , การท่าเรือ มี52 คะแนน เท่ากับ เชียงราย

ซึ่งไฮไลท์ อยู่ที่ว่าหากจบ 2 นัดสุดท้าย ที่ทั้งสามทีมลงเตะครบ มีคะแนน เท่ากัน เชียงราย จะกลายเป็นทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ไทยลีก  2019 ไปครองทันที

เนื่องจาก มีเฮดทูเฮดดีกว่าทั้งในการพบบุรีรัมย์ และ การท่าเรือ

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขนี้ในความเห็นผมแม้จะมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น

แต่ก็ถือว่ามีโอกาส แต่ก็คงน้อยมาก

เพราะผมมองว่าแม้บุรีรัมย์ จะมีเส้นทางสองนัดจากนี้ ที่จะหนักในเกมนัดรองสุดท้ายพบการท่าเรือ

ซึ่งเปรียบเสมือนนัดตัดสินแชมป์โดยตรงในเกมที่ 29

รวมถึงการท่าเรือก็ฟอร์มแรงขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่บุรีรัมย์ คงไม่ประมาท แม้เลกแรกที่พบกันในถิ่นการท่าเรือ

บุรีรัมย์ จะบุกชนะไปก่อนที่แพทสเตเดี้ยม 1-3 และเมื่อเทียบขุมกำลังทั้งสองทีมก็ไม่หนีกัน

ทั้งนักเตะไทย และต่างชาติ

ที่สำคัญนักเตะไทยทั้งสองทีมบางรายมีชื่อติดโผทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ด้วย

เรียกว่าเป็น ซูเปอร์บิ๊กแมตช์โค้งสุดท้าย ไทยลีก 2019 อย่างแท้จริง  

ขณะที่ เชียงราย ถามว่ามีโอกาสมั๊ย ก็ถือว่ายังอยู่ในเส้นทาง และไม่หนักเท่าไหร่ในสองนัดจากนี้

แต่จากที่ผมพูดคุยและสนทนากับคอลูกหนัง ก็มองไปในทิศทางเดียวกัน

ว่าบุรีรัมย์ คงไม่พลาดและน่าจะปิดเกมในนัดรอง พบการท่าเรือเลย เช่นเดียวกับการเจอเชียงใหม่ บุรีรัมย์ ก็คงไม่พลาดเช่นกันเพราะหากมองในแง่ขุมกำลัง ที่บุรีรัมย์ ดูเหนือกว่าชัดเจน

อีกทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล2019 พวกเค้าพลาดสองถ้วยแชมป์ ทั้งลีกคัพ, เอฟเอคัพ มาด้วยแล้ว

แชมป์ไทยลีก 2019 ก็ยิ่งทำให้ทัพปราสาทสายฟ้า เน้นเต็มที่

เพื่อถ้วยเดียวในปีนี้ที่พวกเค้าเหลืออยู่  

ไหนๆก็เขียนถึงบุรีรัมย์ ปีนี้ ต้องยอมรับว่าพวกเค้า ความดุดันน่ากลัว ลดลงไปเยอะจริงๆ และคงปฎิเสธไม่ได้ครับว่าการขาดหายไปของดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต

ทิ้งช่องโหว่และทำให้แนวรุก บุรีรัมย์ ลดทอนประสิทธิภาพความน่ากลัวไปเยอะ

รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนักเตะต่างชาติบ่อยครั้ง ก็เป็นอีกเหตุผลที่ผมมองว่าทำให้บุรีรัมย์ ฟอร์มดร็อปลงไป

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ก็แลกมาด้วยแข้งไทยสายเลือดใหม่ ที่แม้เป็นเรื่องที่จะต้องใช้เวลา และอาจจะมีความเสี่ยง

แต่จากฟอร์มที่ผ่านมา ก็ถือว่าดาวรุ่งไทยของสโมสรก็สามารถพิสูจน์ฝีเท้า

และพร้อมจะเป็นอนาคตให้กับสโมสรได้.

เขียนโดย ยอดี้

เครดิตภาพจาก Buriram United