สาวใหญ่จมน้ำดับ – ตรวจเร่งหาสาเหตุสาวใหญ่พลัดตกน้ำลอยคอขอความช่วยเหลือสุดท้ายเสียชีวิตลอยคอ เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 22 พ.ค. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระประแดงได้รับแจ้งจากสองสามีภรรยาว่า พบเห็นคนพลัดตกน้ำลอยคออยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานภูมิพลช่องปากอ่าวลอยต่อระหว่างเขตกทมและสมุทรปราการ จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าให้ความช่วย เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงยังที่เกิดเหตุ ริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนนครเขื่อนขันธ์ ตำบลตลาด อำเภอพระพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวลอยคว่ำหน้าอยู่กลางแม่น้ำ

เจ้าหน้าที่พยามว่ายน้ำเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถสู้กระแสน้ำไหว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาน้ำทะเลหนุนสูงพอ จนร่างของหญิงสาวดังกล่าว ถูกกระแสน้ำพัดลอยมาถึงปากอ่าวคลองลัดโพธิ์ และถูกน้ำพลัดเข้าปากอ่าว เจ้าหน้าที่จึงรีบว่ายน้ำเข้าหาร่างหญิงสาวรายนี้อีกครั้งเพื่อจะช่วยเหลือ โดยมีพลเมืองดีที่พักอาศัยในละแวกที่เกิดเหตุนำเจ็ตสกีออกมาช่วยอีกแรงจนสามารถเข้าถึงตัวของหญิงสาวรายนี้ แต่พบว่าเสียชีวิตก่อนเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวเพียงไม่ถึงชั่วโมง ในสภาพลอยคว่ำหน้าในน้ำ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเป็นอย่างมาก

เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว ผู้เสียชีวิตที่จมน้ำหรือสำลักน้ำตอนแรกหากเสียชีวิตนั้นร่างจะจมน้ำหายไป แต่รายนี้กลับพบว่าร่างลอยน้ำเหนือผิวน้ำ เจ้าหน้าที่จึงนำร่างเข้าฝั่งมาขึ้นบริเวณท่าน้ำหน้าศาลเจ้าพ่อลัดโพธิ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบร่างดังกล่าว จากการตรวจสอบสภาพศพพบกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ภายในมีเอกสารและเงินสดจำนวนหนึ่ง โดยระบุชื่อ คือ นางสาว วราภรณ์ บุญช่วย อายุ 67 ปี ชาวตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงถ่ายภาพและบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตรายนี้ส่งไปชันสูจน์เบื้องต้นที่รพ.บางจากพระประแดง นางสาว พอรดี จังหวัด (ชุดขาวในโรงพัก) ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และพบเจอผู้เสียชีวิตตอนแรก
เดินทางเข้าให้ปากคำกับแฟนหนุ่ม ต่อพนักงานสอบสวนสภ.พระประแดง โดยเธอเล่าอย่างละเอียดว่า ตนเองและแฟนหนุ่มมานั่งเล่นและรับประทานอาหารอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนตะโกนให้ช่วย พอหันออกไปมองพบว่า มีคนลอยคออยู่กลางแม่น้ำห่างจากจุดที่ตนเองยืนกันอยู่ โดยหญิงสาวรายนี้ยังตะโกนบอกให้ตนเองช่วยพี่ด้วยช่วยพี่ด้วย ตนเองพยามช่วยแต่เอื้อมมือไม่ถึง จึงตัดสินใจให้แฟนหนุ่มคอยดูหญิงคนดังกล่าว จากนั้นตนเองจึงรีบวิ่งมายังสภ.พระประแดง เพื่อแจ้งตำรวจว่ามีคนพลัดตกน้ำและยังมีชีวิตอยู่ พอแจ้งตำรวจเสร็จก็รีบกลับมาจนทราบว่าหญิงดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ และพยามตะเกียดตะกลายจากน้ำเพื่อเอาตัวรอด

และขอความช่วยเหลือจากตนเองและชาวบ้าน แต่ก็ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้เนื่องจากกระแสน้ำแรง จนเห็นคาตาว่าหญิงคนดังกล่าวลอยไปกับน้ำก่อนจะหมดแรงคว่ำหน้าลอยตามน้ำไป จนเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงและพยามเข้าช่วยเหลือจนพบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองยังตกใจและไม่คาดคิดว่าจะเสียชีวิต เพราะเห็นลอยตามน้ำและไม่จมน้ำหายไปแต่อย่างใด ขณะที่ นางสาว พจนีย์ ทองปลอด อายุ 43 ปี แม่ค้าละแวกที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่ขายของอยู่นั้นได้ยินเสียงคนตะโกนให้ช่วยด้วยมีคนตกน้ำ จึงพากันวิ่งไปดูที่เกิดเหตุพบว่ามีคนตกน้ำจริงแต่ไม่มีใครกล้าว่ายสู้น้ำไปช่วยเนื่องจากน้ำแรงและนำกำลังขึ้นจนกะทั่งมีเจ้าหน้าที่ว่ายน้ำไปช่วยและพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ขณะที่ตนเองได้ยินมีคนบอกว่า พบเห็นหญิงผู้เสียชีวิตมากับเพื่อนสองคนก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนประเด็นที่มองว่าคนจมน้ำใหม่ๆนั้นปกติต้องจมลงในแม่น้ำแต่กับเคสนี้ไม่จมและลอยอยู่นั้น ตนเองยอมรับว่าแปลกใจเช่นกันและเพิ่งเคยเจอครั้งแรกที่ไม่จมน้ำขณะเสียชีวิตใหม่ๆ พันตำรวจโท ประสงค์ อินเสมียน สารวัตรสอบสวน สภพระประแดง ระบุว่าเบื้องต้นได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นเอาไว้แล้วและจะนัดสอบอีกครั้ง โดยหลังจากนี้จะติดต่อตามญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาชนวนเหตุที่ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาดังกล่าว
ส่วนประเด็นที่สองสามีภรรยาออกมาระบุว่ามีประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ในขณะที่ผู้ตายกำลังว่ายน้ำพยามขึ้นท่าเรือและถูกประชาชนรายหนึ่งตะโกนไล่ผู้ตายไม่ให้ขึ้นจากน้ำนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลจริงก็จะติดตามตัวมาสอบปากคำหากพบว่ามีเจตนาไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรที่ควรจะต้องทำนั้น อาจถูกพิจารณาแจ้งข้อหา ตามมาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้ โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขอบคุณข้อมูลจาก ฅนข่าว ต้นปราการ
