อุทาหรณ์วัยเรียน !แม่เล่าเหตุการณ์ ครูทำโทษลูกสาว ชี้ผิดบุคคลไม่ใช่โรงเรียน

แม่เล่าเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ ส่งลูกสาววัย 5 ขวบไปเรียนหนังสือ แต่ถูก ครูทำโทษลูกสาว พร้อมวอนอย่าโจมตีโรงเรียน ผิดที่ตัวบุคคล

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพ และเล่าเรื่องราวของลูกสาววัย 5 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เนื่องจากถูกครูทำโทษเพราะลูกสาวเรียนช้าและตอบไม่ได้

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว โพสต์ข้อความมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

11 กย.62

วันที่เกิดเรื่อง ลูกสาวแม่ถูกตีเพราะเรียนช้าและตอบครูไม่ได้ ตอนที่เห็นคือตอนเย็นไปรับลูก ครูเดินมาส่งพร้อมพูดว่าตีลูกสาว มาขอโทษ ซึ่งตอนนั้นแม่เห็นก็ตกใจนะคะเพราะเป็นรอยช้ำเห็นชัดมาก แต่เห็นแค่ข้างเดียว และเวลานั้นแม่ต้องรีบมารับหลานอีกที่นึงเพราะว่าช้ามากแล้ว ถึงบ้านเกือบหกโมง ซึ่งแม่พึ่งเห็นว่ามีรอยช้ำทั้ง 2 ข้าง แม่ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังเลยค่ะ ละทักไปถามครูทันทีว่าน้องเรียนช้าตอบไม่ได้ ครูตีน้องขนาดนี้เลยเหรอคะ ซึ่งคำตอบคือใช่ และก็คำขอโทษจากครู ในเวลานั้นยังไม่ได้บอกสามีเพราะเรายังตั้งสติไม่ได้ค่ะ

12 กย.62

แม่ได้โทรบอกสามีในตอนเช้าว่าลูกโดนตีนะ พอสามีรู้ก็บอกว่าเดี๋ยวจะรีบกลับมาหาลูก เนื่องจากสามีทำงานไกล

สายๆแม่ก็เดินทางไปโรงเรียนก่อน ไปขอพบ ผอ ซึ่งทีแรกแม่ไปเพื่อจะขอย้ายห้องให้ลูก มีครูคอยรับเรื่อง และนัด ผอ ในครั้งต่อไป

เมื่อแม่ออกมาจากโรงเรียน ได้คุย ได้ถามลูก คุยกับเค้า และก็คิดตามไปด้วยว่า เราจะย้ายห้องจริงๆเหรอ แล้วลูกเราจะกลัวมั้ย สถานที่เดิมๆ ยังต้องเจอครูที่ตีเค้าอีก ในตอนนั้นมองหน้าลูก สติแม่มาเลยค่ะ ไม่ค่ะ ไม่เอาลูกไว้แน่ๆ เพราะยังไงลูกเรากลัวแน่นอน เพราะตอนที่ขับรถเข้าโรงเรียน ลูกก็ร้องบอกแม่ว่าหนูไม่ไป หนูกลัวครูตีหนูค่ะแม่ แม่บอกสามีในตอนนั้นเลยว่าจะย้ายโรงเรียนแน่นอน ไม่ให้ลูกเรียนที่นี่แน่ๆ

สามีให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หากมีเหตุการณ์อะไรเราจะได้มีหลักหลักฐานว่า เคยเกิดเหตุการณ์นี้จริง เราไปลงเรียบร้อย
หลังจากนั้นเย็นๆ ครูประจำชั้นก็โทรมาถามว่าน้องเป็นยังไง และก็ขอโทษ ซึ่งตอนนั้นแม่บอกว่า หลังจากนี้แม่ขอทำตามความถูกต้องของแม่ละกัน

พอวางสายแล้ว ผอ โรงเรียนก็โทรมาคุยและขอโทษ พร้อมบอกว่าจะเอากระเช้ามาให้ที่บ้าน ซึ่งแม่ปฎิเสธไป พร้อมบอกว่าสามียังไม่มา ถ้ามาก็เจอแม่แค่คนเดียว แม่ขอไปพบ ผอ พร้อมสามีในวันพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ

13 กย.62

ในตอนเช้าสามีให้ไปเก็บหลักฐานมางโรงพยาบาล ว่าเกิดรอยช้ำจากการโดนตีจริง

หลังจากนั้นแม่กับสามีก็เข้าไปพบ ผอ และผู้ใหญ่ทางโรงเรียนอีกหนึ่งท่าน ซึ่งแม่ถามว่าทางโรงเรียนว่าควรจัดการเรื่องนี้ยังไงคะ ทางโรงเรียนตอบกับแม่ว่า ให้ครูลาออกค่ะ และมีผลใน 30 วัน ซึ่งแม่พอใจในคำตอบ เพราะอย่างน้อยถ้าครูออก เหตุการณ์แบบนี้จะได้ไม่เกิดกับเด็กคนอื่นอีก ซึ่งทางแม่ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายแต่อย่างใด เพราะคิดว่าเป็นที่พอใจแล้ว จึงรอเวลา

และในระหว่างที่รอเวลานั้น แม่ได้อยู่กับลูกและคอยคุยคอยถามตลอด พูดให้เค้ารู้สึกปลอดภัยและตอบแม่ให้มากที่สุด ลูกบอกว่าถูกครูตีบ่อยเพราะตอบครูไม่ได้ ครูว่าหนูโง่ หนูไม่มีสมอง แม่ขาหนูมีสมอง สมองหนูอยู่ตรงนี้ พร้อมชี้ไปที่หัว และบอกอีกว่าหนูก็มีหัวใจด้วยค่ะแม่ คนเป็นแม่ได้ยินแบบนี้หัวใจสลายมั้ยคะ เราส่งลูกไปเรียนเพื่อที่จะเรียนรู้ เปิดศักยภาพของเด็กว่าตรงไหนดี ตรงไหนด้อย ไม่ใช่ให้ไปเพื่อถูกตีอย่างรุนแรง สภาพจิตใจของเด็กล่ะคะ คุณคิดมั้ย ว่าเค้าจะจำไปอีกนานแค่ไหน ละลูกพูดทุกวันนะคะว่าครูทำอะไรบ้าง แม่ก็เฝ้ามองพฤติกรรมของลูกตลอดค่ะ

29 ตค.62
และในวันนี้ แม่โทรไปที่โรงเรียน เพื่อขอดูใบลาออกของครู ที่ทางโรงเรียนรับปากไว้ว่า 30 วัน ซึ่งได้คำตอบว่ารอดำเนินการอยู่ค่ะ ซึ่งจากวันเกิดเหตุ 11 กย.62-29 ตค.62 ถึงวันนี้คือ 48 วัน ละถ้านับจากวันที่คุยกับทางโรงเรียนถึงวันนี้คือ 13 กย.62-29 ตค.62 ก็เป็นเวลา 46 วัน

มันนานเกินไปมั้ยคะ และแม่เองก็เป็นฝ่ายตามเรื่องตลอดนะคะ ทางโรงเรียนไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไงคะ

เพราะตอนนี้คุณจะออกหรือไม่ออกก็ไม่สำคัญกับแม่แล้วค่ะ แม่ขอตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้แทนแล้วกันนะคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น และขอรับรองว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริงไม่ได้โกหกใดๆทั้งสิ้น ที่แม่ลงเพราะแม่ไม่อยากให้เกิดกับลูกใครจริงๆ มันเจ็บปวดทุกครั้งที่ลูกพูดถึง มันทำร้ายความรู้สึกของแม่ตลอดในวันที่รู้ว่าลูกถูกตีหนักขนาดนี้ #ไม่ว่ากับลูกของใครก็ไม่ควรโดนตีแบบนี้

แม่ขอไม่กล่าวชื่อโรงเรียนและชื่อครูนะคะทุกคน ขอบคุณที่อ่านเรื่องราวของแม่ เพราะกว่าแม่จะลงเรื่องนี้ผ่านการคิดมาตลอด 48 วัน ซึ่งมันเพียงพอกับการที่แม่ให้เวลากับโรงเรียนแล้วค่ะ

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าอีกครั้งว่า

“สวัสดีค่ะทุกคนที่ติดตามข่าวนะคะ ตอนนี้แม่ได้คุยกับท่านอธิการบดีแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้จัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อย ตัวแม่ก็พอใจเท่านี้ อาจจะมักน้อยไม่ถูกใจใครบ้างก็ขออภัย เพราะแม่แค่ต้องการให้ครูออก ไม่อยากให้ใครเจอเหตุการณ์แบบลูกเรา คิดในแบบความเป็นแม่นะคะ แม่แค่อยากปกป้องลูกในแบบของแม่ ซึ่งแม่พอใจแล้ว ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ พลังโซเชี่ยวสามารถช่วยให้เร็วขึ้นจริงๆ ขอบคุณทุกคนจากใจ”

“ปล…แม่ก็ยังคิดเสมอ โรงเรียนไม่ผิด เพราะเป็นสถานที่การศึกษา ผิดที่ตัวบุคคลมากกว่าที่ไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่โจมตีโรงเรียนนะคะ แม่ขอค่ะ”

อ่านข่าว Bright Today

สนามบินสิงคโปร์ นำเทคโนโลยีสกัดโควิด19 ต้อนรับผู้โดยสาร

ท่าอากาศยานชางงี สนามบินสิงคโปร์ เริ่มนำเซนเซอร์ตรวจจับไร้สัมผัส และอุปกรณ์อื่นๆ มาใช้บริการผู้โดยสารแบบไม่มีการสัมผัสแตะต้องกันเพื่อความปลอดภัย

ทรัมป์ หนุนชาวสหรัฐฯใส่หน้ากากอนามัย , แต่ชี้ตนไม่จำเป็นต้องใส่

ซินหัวนิวส์ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีแนวคิดสนับสนุนมาตรการที่กำหนดให้ ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย มีประสิทธิภาพ

อินเดียเปิด ทัชมาฮาล ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม แม้ยอดติดเชื้อโควิด19 ในประเทศยังพุ่งสูง

ทางการอินเดียประกาศเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ทัชมาฮาล สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ ในวันนี้ (6 ก.ค.63) หลังปิดมาเป็นเวลา 3 เดือน

นักวิจัยพบเชื้อ ไวรัสโคโรนา ลักษณะคล้ายโควิด19 ถึง 90% เมื่อ 7 ปีก่อน

หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ เปิดเผยว่าพบทีมนักวิทยาศาสตร์นักวิทยาศาสตร์เคยพบเชื้อ ไวรัสโคโรนา ที่มีลักษณะคล้ายกับเชื้อโควิด19 ถึง 96 เปอร์เซ็นต์

ฟลอริดา ทำลายสถิติ! ผู้ป่วย โควิด19 ตัวเลขเฉียด 11,500 ราย

มีรายงานว่ารัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา มีการตรวจพบผู้ป่วยโรค โควิด19 จำนวนสูงถึง 11,458 รายในวันเสาร์ (4 ก.ค.) ซึ่งจากจำนวนผู้ป่วยดังกล่าว