นิทานของแชมป์แนว Underdog จาก จิ้งจอกสยาม สู่ กว่างโซ้งล้านนา เชียงรายยูไนเต็ด

เชียงรายยูไนเต็ด กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานเท่าไหร่ แฟนบอลชาวไทยรวมถึงแฟนบอลทั่วโลก ต่างเคยได้ร่วมยินดีกับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาล 2015-2016 …จากทีมบ๊วยตกชั้นเมื่อปี 2012 ลงไปไล่ล่าแต้มจนได้แชมป์ในลีกแชมป์เปี้ยนชิพในปี 2013-2014 ก้าวขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดได้อีกครั้ง จนกระทั่ง จิ้งจอกน้อยตัวนี้ ภายใต้การบริหารจาก เจ้าสัววิชัย นายใหญ่แดนสยาม สามารถสร้างเรื่องราวปาฏิหาริย์ให้วงการฟุตบอลทั่วโลกได้พูดถึงไปอีกนานชั่วกัปชั่วกัลป์มิรู้เบื่อ

คงมิใช่คำกล่าวเกินเลย หากจะเอ่ยว่า เลสเตอร์ ซิตี้ คือ ทีมระดับกลางค่อนลงไปประมาณทีมเกรดระดับเล็กของเกาะอังกฤษ พวกเค้าเป็นหนึ่งในทีมเก่าแก่ของวงการที่เริ่มต้นสร้างกันมาในระดับท้องถิ่นแถบมิดแลนด์ตะวันตกของเกาะอังกฤษ แตกต่างจากทีมท็อปของประเทศในแถบเมืองหลวง, แมนเชสเตอร์ และแถบแม่น้ำเมอร์ซี ที่ช่างดึงดูดใจให้เหล่ามหาเศรษฐีระดับโลกยอมทุ่มทุนสร้างให้เป็นสุดยอดทีมของเกาะอังกฤษและยุโรปให้จงได้ เราจึงมักจะเห็นท็อปโฟร์ ท็อปไฟว์เหล่านี้ วนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเถลิงแชมป์กันไปมา

แต่เทพนิยายก็ไม่ได้เลือกดลใจให้เฉพาะทีมใหญ่ๆเท่านั้น การเข้ามาปลุกปั้นจิ้งจอกน้อยของกลุ่มทุน คิงพาวเวอร์ ให้ปราดเปรียวกว่าเสือสิงห์ คือ ความสำเร็จที่เกินคาดจนยากยิ่งจะฝันถึงนัก และคงยากหากเทพนิยายเรื่องใหม่จะจุติขึ้นอีกครั้งในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ ความเป็นไปได้บนความเป็นไปไม่ได้ สามารถสร้างกันได้ ก่อนเส้นทางจะเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ จิ้งจอกสยาม ทีมแนว Underdog อัพเกรดชูคอของตนมายืนเทียบสิงห์ ผี ปืน หงส์ เรือ ไก่ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

เวลาเดินทางมาถึงปี 2019 เทพนิยายตอนใหม่ได้อุบัติขึ้นในลีกสูงสุดแห่งแดนสยาม ดินแดนที่ผูกขาดแชมป์กันแค่ 2 ทีมมาช้านานเกินกว่า 10 ปีเข้าไปแล้ว ปีไหนถ้วยไม่ใช่กิเลนควบเก็บรัง ก็ต้องวาร์ปไปสถิตที่ปราสาทสายฟ้าอยู่ร่ำไป แต่ใครจะไปคิดว่าปีนี้กิเลนจะเป๋ ปราสาทจะโครงเครงกวัดแกว่งไปมา เมื่อเกิดปรากฏการณ์ กว่างโซ้งเอฟเฟ็ค ขยับปีกทีสะเทือนถึงบัลลังก์จ่าฝูง ลุ้นสนุกกันทุกเกม มีเรื่องราวเกิดขึ้นให้เป็นสื่อได้แทบทุกสัปดาห์ …จนแฟนๆพลันแปล๊บขึ้นมาบัดดลว่า ฤานี่…จะเป็นดั่งจิ้งจอกสยาม!

ความเหมือนที่ 1 : ไร้สตาร์ดัง

เลสเตอร์ ซิตี้ ในปีที่พวกเค้าคว้าแชมป์ได้ พลพรรคจิ้งจอกก็ล้วนแต่เกิดจากการปลุกปั้นกันทั้งนั้น ตัวนักเตะที่ซื้อมาก็หาได้ใช่สตาร์ดัง รายจ่ายในการซื้อตัวดีๆมาเสริมทัพก็จับจ่ายกันอย่างเข้มงวดรัดกุม พูดได้เต็มปากเลยว่า ผลผลิตจากรังจิ้งจอก งอกเงยก็ตอนที่เป็นแชมป์ไปแล้ว มันเลยหอมหวนจนยอดทีมท็อปของลีกรุมแย่งซื้อตัวกันจ้าละหวั่น

เชียงราย ยูไนเต็ด ก็ไม่ต่างกันเลย กับนโยบายบริหารทีมของบิ๊กฮั่น มิตติ ติยะไพรัช ด้วยการผลักดันแข้งของตนเอง ค่อยๆสร้างตัวเยาวชน เพาะบ่มจนเป็นยอดฝีมือ จนสามารถต่อยอดไปถึงระดับทีมชาติได้หลายคน จากดาวรุ่งสู่กำลังหลักของชาติอย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ว่าจะเป็น เอกนิษฐ์ ปัญญา ,พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ,ศิวกรณ์ เตียตระกูล เป็นต้น

ความเหมือนที่ 2 : ทีมเล็ก ทีมระดับกลางตาราง

นี่เป็นสิ่งที่ 2 ทีมมีความเหมือนกัน ทั้งเลสเตอร์ ซิตี้ และเชียงราย ยูไนเต็ด ต่างก็ถูกมองว่าเป็นทีมระดับกลาง ก่อนหน้าที่เลสเตอร์จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นตำนานของสโมสรไปตลอดกาลแล้วนั้น เลสเตอร์เคยได้แค่แชมป์รายการสำคัญแค่ แชมป์บอลถ้วยลีกคัพเท่านั้น (ไม่นับแชมป์ลีกวันและเดอะแชมเปี้ยนชิพที่พาให้ทีมเลื่อนชั้น) ซึ่้งก็เหมือนกับเชียงราย ที่รายการสำคัญได้เพียงแค่บอลถ้วยเท่านั้น คือ โตโยต้าลีกคัพ และ ช้างเอฟเอคัพ ของสมาคมฟุตบอลฯ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา …แต่สิ่งที่เหมือนกันมากกว่านั้นของ 2 ทีมนี้คือ ไม่เคยมีใครกล้าพนันว่าพวกเค้าจะได้สัมผัสโทรฟี่แชมป์ลีกของประเทศ และในประวัติศาสตร์บอลลีกของประเทศต่างๆทั่วโลก ก็ยากยิ่งนักที่เทพีแห่งโชคจะเชยตาไปมอง

ความเหมือนที่ 3 : ความตั้งใจของฝ่ายบริหารทีม

ความตั้งใจแรกที่เจ้าสัววิชัยพร้อมครอบครัว ศรีวัฒนประภา ตัดสินใจลงทุนทุ่มเม็ดเงินซื้อสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ นั้น ดูคล้ายกับอดีตซีอีโอฮั่น มิตติ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาของทีมสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ทุ่มเท มุ่งมั่นทำทีมฟุตบอลอย่างจริงๆจังๆ อยากที่จะพัฒนานักเตะในภูมิภาคท้องถิ่นของตนเองให้สามารถสู้กับนักเตะระดับเกรดเอของลีกได้ไม่น้อยหน้าใคร …ซึ่งแน่นอนว่า จากจิ้งจอกที่ใครๆมองข้าม ตอนนี้พวกเค้าขยับตัวเองขึ้นมาเป็นยอดทีมบนหัวตารางได้อย่างไร้ข้อสงสัย (ปัจจุบันเลสเตอร์เป็นรองจ่าฝูงในศึกพรีเมียร์ลีก 2019-2020) เช่นเดียวกับ กว่างโซ้งมหาภัย ที่ติดปีกติดเขาพร้อมหนีบไม่ปล่อยท็อปตารางไปอีกนานเท่านาน

3 นาทีสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาล จากลูกโหม่งตีเสมอของเชียงใหม่ เอฟซีที่สนามสมโภช 700 ปี สั่นสะเทือนไปถึงสนามกีฬากลางสุพรรณบุรี และทำให้สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกไปครองตามกฏเฮดทูเฮด มิใช่เพียงปาฏิหาริย์เท่านั้น หลายๆคนเรียนรู้จากสัจธรรมข้อนี้ดี และนิทานเรื่องนี้ ก็สอนคนรักฟุตบอลให้รู้ว่า… บางครั้ง เงิน, อำนาจ ก็มิอาจหยุดวาสนาทีมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ลีกได้ เรื่องราวของเลสเตอร์ ซิตี้ และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด อาจไม่ใช่นิทานเรื่องสุดท้าย ในอนาคตข้างหน้า ขนาดของทีม ไม่ใช่ อุปสรรคของความสำเร็จในโลกของฟุตบอลอีกต่อไป และเราอาจจะได้เห็นทีมที่เราอาจไม่รู้จักตอนนี้ด้วยซ้ำ ขึ้นไปหยิบถ้วยแชมป์ลีกก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

จนกว่าจะพบ ทีมใหม่

“นาซ่าบ้าบอล”

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/CRUTD