ทำไมแผ่นดินไหวไกล กรุงเทพถึงสะเทือน

จากเหตุการณ์ แผ่นดินไหว ขนาด 5.9 ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา แม้ระยะทางจะไกลเกือบ 700 กม. แต่ก็ส่งผลให้อาคารสูงหลายแห่งใน กทม.สั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด

วันนี้ (22 พ.ย.62) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย และสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ได้จัดงานแถลงข่าว ผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศลาวต่อประเทศไทยและแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือ

สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริกเตอร์ ที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 62 ส่งผลให้อาคารสูงหลายแห่งใน กทม. ได้รับแรงสั่นสะเทือน อย่างไรก็ตามแผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นแผ่นดินไหวระดับกลางและเป็นแผ่นดินไหวระยะไกลประมาณ 600-700 กม.จากเมืองหลวงของประเทศไทย

ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าภาควิชากรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวว่า ระดับความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหววานนี้ที่วัดที่กรุงเทพฯ อยู่ในขั้น 1 จาก 10ของระดับที่คาดการ์ณว่าจะเกิดขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกิดขึ้น เพราะเคยเกิดเหตุเช่นนี้มาแล้ว

ทั้งนี้จากการศึกษาทางธรณีวิทยาพบว่า การเกิดแผ่นดินไหว 6 ริกเตอร์สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ รวมทั้งภาคตะวันตกของประเทศไทย เช่น จังหวัดตาก กาญจนบุรี ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวระดับนี้ก็มีพลังมากพอที่จะทำลายอาคารบ้านเรือนได้

อาคารส่วนใหญ่ในภาคเหนือของประเทศยังไม่ได้รับการออกแบบให้มีการต้านทานแผ่นดินไหว และในความเป็นจริงแล้วอาคารสาธารณะหลายอาคารยังไม่ได้สร้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“เราทำการเช็คสภาพแอ่งดินของเราซึ่งใช้เทคนิคการวัด การวิเคราะห์ขั้นสูงทำให้เรารู้ว่าแอ่งดินอ่อนของเราจริงๆแล้วใหญ่มากและลึกมาก โดยขอบเขตภายในแอ่งรวมด้วยกันหลายจังหวัด แต่กรุงเทพอยู่ในจุดก้นแอ่งที่ลึกที่สุด ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถขยายคลื่นความถี่จากแผ่นดินไหวได้มาก”

ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย ได้กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้หลายอาคารใน กทม.ได้รับผลกระทบนั้นมาจาก สภาพชั้นดินของ ก.ท.ม เป็นชั้นดินอ่อนเหนียว จะขยายคลื่นแผ่นดินไหวให้แรงขึ้นได้อีก 3-4 เท่า

ปัจจัยต่อมาคือ อาคารสูง เช่น คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานที่มีความสูง 10 ชั้นขึ้นไปมีค่าความถี่ธรรมชาติพ้องกับดิน ทำให้เกิดการสั่นแรงผิดปกติ และปัจจัยสุดท้ายคือ อาคารสูงหลายแห่งใน ก.ท.ม. มีการก่อสร้างก่อนปี 2550 ไม่ได้มีการออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว

ในส่วนอาคารสูงใน กทม. มีโอกาสได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่มีแหล่งกำเนิด 3 แห่ง

  • รอยต่อแผ่นเปลือกโลกในมหาสมุทรอินเดีย มีความแรง 8-9.5 ริกเตอร์ ระยะห่างจาก ก.ท.ม. 1,200 กม.
  • รอยเลื่อนทางภาคเหนือและปะเทศลาว ความรุนแรง 6-7 ริกเตอร์ ระยะห่างจาก ก.ท.ม. 600-700 กม. (เหตุกาณ์วานนี้)
  • รอยเลื่อนทางภาคตะวันตก (ศรีสวัสดิ์ และ เจดีย์สามองค์)และประเทศพม่า (รอยเลื่อนสะแกง) ความรุนแรง 6-8 ริกเตอร์ ระยะห่างจาก ก.ท.ม. 200-400 กม.ทั้งนี้จะต้องระวังรอยเลื่อนสะแกงในพม่า เนื่องจากอาจเกิดแผ่นดินไหวได้ถึงระดับ 8.5 ริกเตอร์ มีระยะห่างจาก กทม. เพียง 400 กม.

ศาสตราจารย์ ดร. อมร ยังกล่าวต่ออีกว่า พื้นที่ที่จัดว่าเสี่ยงภัยใน กทม. ประกอบไปด้วย ตึกแถวเนื่องจากมีลักษณะเสาเล็ก คานใหญ่ อาคารท้องเรียบไร้คาน เช่น อาคารที่จอดรถ อาคารสูงที่มีลักษณะไม่สมมาตรหรือที่ชั้นล่างเปิดโล่ง อาคารที่สร้างด้วยระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ข้อต่อไม่แข็งแรง อาคารที่ทำการต่อเติมและทำทางเดิมเชื่อมกัน

มาตรการรับมือเชิงโครงสร้างที่ศาสตราจารย์ ดร. อมร เสนอคือ

  • สำหรับอาคารที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ ต้องปฏิบัติตาม กฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทานความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทอนของแผ่นดินไหว
  • ส่วนอาคารเก่าที่ก่อสร้างก่อนปี 2550 จะต้องผ่านการประเมินสมรรถนะในการต้านแผ่นดินไหว หากมีการพบว่าไม่แข็งแรงพอ ก็มีการเสริมความแข็งแรงได้หลายวิธี การติดตั้งโครงเหล็กค้ำยัน การหุ้มด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ การหุ้มด้วยแผ่นเหล็ก การพอกเวาให้ใหญ่ขึ้น

ส่วนนายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ นายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ได้เสนอแนวทางการตรวจสอบอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว 9 ข้อ ดังนี้

  • การตรวจสอบสิ่งของที่ร่วงหล่น ตรวจสอบที่ยึดกับตัวอาคาร เช่นเครื่องปรับอากาศ กระถางต้นไม้ วัสดุอาคาร
  • ลิฟต์โดยสาร การติดขัด สั่นสะเทือนผิดปกติระหว่างการทำงาน
  • ท่อน้ำ ตรวจสอบในช่องท่อน้ำแนวดิ่ง เช่น ท่อน้ำประปา ท่อน้ำระบบปรับอากาศ
  • ท่อก๊าซหุงต้ม ตรวจสอบการรั่วซึม
  • สายไฟฟ้าและตัวนำไฟฟ้าในแนวดิ่ง ตรวจสอบในห้องไฟฟ้าประจำชั้นเพื่อดูว่ามีการลัดวงจรหรือไม่ กรณี อาคารที่ใช้บัสดักแทนสายไฟให้ตรวจความเสียหายของอุปกรณ์ทั้งหมด
  • ท่อระบายความร้อน และถังเก็บน้ำดาดฟ้า ตรวจสอบความมั่นคงกับการยึดติดที่ฐาน
  • ตรวจสอบระบบดับเพลิง ท่อน้พดับเพลิง วาล์วควบคุมการจ่ายน้ำ
  • กรณีที่อาคารอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ต้องมีการตรวจสอบการรั่วไหลของก๊าซในอาคารและความพร้อมระบบป้องกัยเพลิงไหม้
  • อาคารขนาดใหญ่และอาคารสูง ควรได้รับการตรวจสอบจากผู้มีความรู้

โดยขณะนี้คณะนักวิจัยของ ผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ ซึ่งกำลังดำเนินงานวิจัยโครงการ การศึกษาสภาวะความเค้นของธรณีภาคบริเวณประเทศไทยและการตรวจสอบรูปทรง ของรอยเลื่อนมีพลังแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากแผ่นดินไหวของประเทศไทย ได้มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวในบริเวณใกล้เคียงการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้(21 พ.ย. 62)ในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน4 สถานี เพื่อติดตามการเกิดอาฟเตอร์ช้อค

ในงานแถลงข่าวยังได้มีการสรุปถึง แนวทางการรับมือแผ่นดินไหวในประเทศไทย ว่าแม้ประเทศไทยมีความเสี่ยงของพื้นที่ทางธรณีวิทยาในระดับต่ำถึงปานกลาง แต่การเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหว ยังทำได้ไม่ดีนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะอาคารเก่า ยังไมพบการเสริมความแข็งแรงให้อาคารต้านแผ่นดินไหวอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนในเรื่องความหนาแน่นของประชากร ในบางพื้นที่ของประเทศไทยก็เป็นบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความสูญเสียที่เกิดจากแผ่นดินไหว ประเทศไทยจึงควรเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้า โดยควรคำนึงแนวทางการรับมือแผ่นดินไหว 4 ด้านคือ ด้านกฎหมาย ควรปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมอาคารที่สูงไม่เกิน 15 ม. ในพื้นที่เสี่ยงภัย และบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยแผ่นดินไหวอย่างเคร่งครัด

ด้านการศึกษา ควรเร่งศึกษารอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศ เช่น รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนพะเยา และรอยเลื่อนอื่นๆที่มีพลังอีก 14 รอยเลื่อน ด้านอาคารและโครงสร้าง ควรจัดทำฐานข้อมูลอาคารที่มีความเสี่ยง และเร่งเสริมกำลังอาคารเหล่านั้น โดยเฉพาะ โรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการที่สำคัญ

ยังห่างไกลจุดสูงสุด! WHO ชี้ยอดป่วยไวรัส โควิด19 ทั่วโลก

โควิด19 เว็บไซต์ข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่าอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ทั่วโลก

ลำไย ไหทองคำ โพสต์ขอโทษ ปมดราม่ามิวสิกวิดีโอ “เจ็บตรงนี้”

จากกรณีที่ค่ายเพลง ไหทองคำ เรคคอร์ด ปล่อยเพลงและมิวสิกวิดีโอใหม่ล่าสุด “เจ็บตรงนี้ (กดให้แหน่)” ของนักร้องสาวเสียงดีอย่าง ลำไย ไหทองคำ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานเงินจัดซื้อห้องคัดกรอง-ห้องตรวจเชื้อ โควิด19

เพจมูลนิธิชัยพัฒนา โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชา

ฟิลิปปินส์ ดัดแปลง!ศูนย์ประชุมนานาชาติเป็นสถานกักตัวผู้ป่วย โควิด19 (ชมภาพ)

โควิด19 เว็บข่าวซินหัวเผยภาพ บรรยากาศภายในศูนย์การประชุมนานาชาติฟิลิปปินส์ (PICC) ในเมืองปาไซซิตี ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าว

เปิดเงื่อนไข! เราไม่ทิ้งกัน ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องคืนเงินใน 90 วัน

ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ เราไม่ทิ้งกัน แต่ได้เงินเยียวยา 5,000 บาท ต้องคืนภายใน 90 วัน หากเมินรัฐมีสิทธิ์ดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญา