เปิดเคล็ด(ไม่)ลับ สู้ภัยพิบัติ ฉบับ ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งในประเทศของโลกที่ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยที่สุด แต่เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ ว่าเขามีวิธีรับมืออย่างไร และทำไมถึงฟื้นฟูประเทศได้รวดเร็วเสมอ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับลักษณะภูมิประเทศก่อน ความยาวเหนือจรดใต้ของประเทศญี่ปุ่น ถูกล้อมรอบไปด้วยทะเลทั้งสี่ด้าน ตัวประเทศตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของยูเรเซีย โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้นกลางระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะญี่ปุ่น

ซึ่งเกาะของญี่ปุ่นประกอบไปด้วย เกาะฮอกไกโด ฮอนชู ชิโคกุ คิวชู หมู่เกาะอิสุ หมู่เกาะโอกาซาวาระ และหมู่เกาะนันเซ แม้บ่อยครั้งญี่ปุ่นจะถูกมองว่าป็นประเทศที่มีเกาะเล็ก ๆ มารวมกัน แต่เกาะฮอนชูที่มีขนาด 230,000 ตารางกิโลเมตรนั้น ถือว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ7ของโลก เลยทีเดียว

ประชากรส่วนใหญ่จะอาศัยหนาแน่นบริเวณที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง หากดูตามแผนที่ดาวเทียมจะเห็นว่าบริเวณญี่ปุ่นเป็นลักษณะของแผ่นเปลือกโลก 4 แผ่นต่อกัน และยังเป็นเกาะในแนวพายุของมหาสมุทรแปซิฟิคจึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง

ช่วงฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วง(เดือนกรกฎาคม – กันยายน) เป็นช่วงฤดูมรสุมของญี่ปุ่น จึงมีพายุหลายลูกพัดผ่านเข้ามาจากทางใต้ อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นทำให้มีลมแรง ฝนตกหนัก ในช่วงระยะเวลาเพียง 4 เดือนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นต้องเจอกับพายุถึง 8 ครั้ง

  • พายุโซนร้อนนารี บริเวณ เขตคันไซ เขตโทไก และเกาะอิซุ ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว เดือน กรกฎาคม
  • พายุไต้ฝุ่นฟรานซิสโก บริเวณ ตอนใต้ของเกาะคิวชู เดือน สิงหาคม
  • พายุไต้ฝุ่นเลกีมา บริเวณ เกาะอิชิกากิ เดือน สิงหาคม
  • พายุโซนร้อนกรอซา บริเวณ ภูมิภาคชิโกกุ เดือน สิงหาคม
  • พายุต้ฝุ่นฟ้าใส บริเวณ ภูมิภาคคันโต เดือน กันยายน
  • พายุโซนร้อนเผ่ย์ผ่า บริเวณ เกาะอิโวจิมา เดือน กันยายน
  • พายุไต้ฝุ่นตาปะฮ์ บริเวณ หมู่เกาะริวกิว โอกินาวา และทางเหนือของเกาะคิวซู เดือน กันยายน
  • พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส บริเวณ ภูมิภาคคันไซ เดือน ตุลาคม

ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทำให้ ญี่ปุ่นไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภัยพิบัติต่างๆได้เลยสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนทำได้คือการเตรียมความพร้อม วางแผน และตั้งรับเหตุการณ์อย่างรอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้พิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นแล้วว่าทั้งภาครัฐและภาคประชาชนมีการรับมืออย่างดีเยี่ยม

ช่วยตัวเองให้ได้ก่อนช่วยคนอื่น คติที่ยึดถือ

ประชาชนทุกคนในญี่ปุ่นจะต้องรู้หน้าที่ตัวเองและจะยึดคติว่า ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อนเสมออีกทั้งในประเทศยังมีการจัดสอนทั้งในโรงเรียนและที่บ้านเพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมเสมอ ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ภาครัฐทำงานง่ายขึ้น เพราะประชาชนเตรียมรับมือแล้วในเบื้องต้น

นอกจากการเตรียมน้ำดื่ม อาหาร ยา กระเป๋าสำหรับอพยพไปยังศูนย์อพยพของรัฐแล้ว การใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ เช่น การเก็บสิ่งของตนเองที่คาดว่าจะลอยน้ำขึ้นที่สูง ก็เป็นสิ่งที่ถูกสอนมา เพราะเมื่อเวลาที่เกิดน้ำท่วม ของเหล่านี้จะไม่ไลอยไปเป็นขยะ ชนเข้ากับบ้านผู้อื่นหรือเรือกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ที่ออกมาปฏิบัติงาน

การแก้ปัญหาแบบทำคอกก่อนที่วัวจะหาย

ทางฝ่ายรัฐบาลญี่ปุ่นมีการกระจายอำนาจ ให้แต่ละพื้นที่มีอำนาจสั่งการและตัดสินใจ รวมทั้งมีนายกเทศมนตรีประจำเมืองดูแลโดยตรง ทำให้การสั่งงานต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทางรัฐบาลมีการวางแผนเตรียมเมือง เช่น การขุดลอกคูคลองเพื่อให้ระบายน้ำสะดวก เก็บขยะ เตรียมที่อพยพชั่วคราว เตรียมเรือกู้ภัยไว้เสมอ

ทีมกู้ภัยและทีมบรรเทาสาธารณภัยของญี่ปุ่นจะเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็ว เพราะอาจมีผู้บาดเจ็บอยู่ในพื้นที่ และอีกสิ่งที่หนึ่งที่สำคัญในการรับมือหลังพายุผ่านไปคือ การวางแผนและการออกคำสั่งช่วยเหลือและกู้ภัย

การวางมาตรฐานสิ่งปลูกสร้างอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือนต้องได้รับการออกแบบและสร้างเพื่อให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ อีกทั้งพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่จะมีสัญญาณไซเรนเตือนภัยที่จะดังเตือนหากมีความเสี่ยงที่จะเกิดสึนามิ