บทความพิเศษ : ล้มไม่เป็นท่า! โดมิโนตัวแรก ส่อเค้ามรสุมอนาคตใหม่ หลังแพ้เลือกตั้งซ่อม

เลือกตั้งซ่อม | การเมืองไทยในช่วงนี้ร้อนระอุเหมือนกับอากาศในประเทศ ที่แม้ว่าจะกรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ก็ยังสัมผัสได้แต่ความร้อน ที่เหมือนอยู่ในฤดูร้อน เช่นเดียวกับสถานการณ์การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดนครปฐม ที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนและเป็นตัวชี้วัดความนิยมของประชาชนกับพรรคการเมืองได้เลย

ขอท้าวความผลการเลือกตั้งซ่อมก่อนแล้วกัน ซึ่งผลการเลือกตั้งสรุปว่า พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ส่งผู้สมัครอย่างนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เจ้าของพื้นที่เก่า ได้ชนะการเลือกตั้งขาดลอย แซงหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ส่งนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร สามีของนางจุมพิตา มาลงชิงชัยแทน หลังจากเกิดปัญหาเรื่องอุบัติเหตุไม่สามารถทำหน้าที่ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรได้

โดยศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายฝ่ายต่างตั้งความคาดหวังว่า พรรคอนาคตใหม่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านี้ภรรยาของนายไพรัฏฐโชติก์ ก็ชนะเจ้าของพื้นที่เดิมคือนายเผดิมชัยไปแล้วครั้งนึง อีกทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ยังได้ประกาศอย่างมุ่งมั่นว่า “ถึงเวลาแล้วที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยน ถึงเวลาแล้วที่เขต 5 จังหวัดนครปฐม จะเป็นโดมิโนตัวแรกสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล จนนำไปสู่ชัยชนะของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในทุกเขตที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมต่อๆ ไป”

แต่ผลที่ออกมาก็ทำให้พรรคอนาคตใหม่ผิดหวัง เหมือนเดินหมากพลาด แม้ว่าจะมั่นใจว่าได้เดินเกมตามที่ตั้งใจแล้วก็ตาม เนื่องจากด้วยนายเผดิมชัย ใช้กลยุทธ์เข้าถึงประชาชนในพื้นที่แบบเคาะหน้าประตูบ้าน เรียกได้ว่าแบบถึงเนื้อถึงตัว แถมยังเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมอีก ด้วยความเก๋าเกมแบบนี้ จึงไม่แปลกที่ผลจะออกมาในรูปแบบนี้ ผิดที่กับพรรคอนาคตใหม่ ออกหาเสียงรูปแบบเดิมๆ ว่า “ทนลุงไม่ไหว กาอนาคตใหม่เปลี่ยนรัฐบาล”

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดช่วงก่อนการเลือกตั้งซ่อมพรรคอนาคตใหม่ ยังเจอมรสุมข่าวโจมตีพรรคมากมายโดยเฉพาะในแง่ลบ ทั้งเรื่องที่นายธนาธร พูดในระหว่างขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไต่สวนพยานในกรณีการสื่อหุ้นสื่อ ที่เป็นเหมือนเตมีย์ใบ้ไม่รู้รายละเอียดไปเสียหมดทุกอย่าง แถมยังพาดพิงถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้เสียงของประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ตั้งใจเลือกพรรคอนาคตใหม่แปรเปลี่ยนไปอีก

นี่ยังไม่รวมถึงกรณีที่เกิดกระแสงูเห่าสีส้มภายในพรรครับเงิน 10 ล้านบาท ส.ส.อนาคตใหม่โหวตสวนมติพรรค และการโหวตโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์

ประกอบกับผลพวงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกซ่อมในวันพุธที่ 23 ตุลาคม ซึ่งถือว่าเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะที่ผ่านมากกต.ไม่เคยจัดการเลือกตั้งในวันดังกล่าว เนื่องจากจะจัดการเลือกตั้งในวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น ส่งผลให้คะแนนเสียงของพรรคอนาคตใหม่หายไปส่วนหนึ่งด้วย

ดูท่าแล้วโดมิโนตัวนี้ จะส่อแว่วล้มไม่เป็นท่า คงไปไม่ถึงฝั่งฝันที่อนาคตใหม่หวังไว้ เนื่องด้วยอุปสรรคที่ถาโถม ทั้งยังมีแรงปัจจัยภายนอกพรรค และภายในพรรคเองที่มีอดีตผู้สมัครส.ส.ออกมาแฉ และเตรียมลาออกกันไปแถวๆ แต่นายธนาธรเองก็มั่นใจว่า สมาชิกที่เหลืออยู่ของพรรค และประชาชนที่สนับสนุนพรรค เป็นเหล็กเนื้อดี และทำให้เป็นเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งไปเรื่อยๆ