The Space Someone : ผ่าความคิด! พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แก้ปัญหาเกษตรกรไทย

ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หนึ่งในนักธุรกิจไฮโซ ‘พันล้าน’ หรือที่รู้จักกันดีในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ และปัจจุบันยังเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟ The Space Someone ถึงปัญหาเกษตรกรไทย พร้อมชี้ ประเทศไทยมีต้นทุนในเรื่องของ ‘การเกษตร’ ที่ดี กว่าอีกหลายประเทศ

แต่ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้? ทำอย่างไรจะให้ เกษตร มันเป็นไปได้มากกว่าแค่การเกษตร

การเปรียบเปรยกับ ปัญหาเกษตรกรไทย ‘กระดุมห้าเม็ด’

เรียกได้ว่าชีวิตของเขาได้คลุกคลีกับวงการเกษตรตั้งแต่เด็ก เป้าหมายในเรื่องของการเกษตร คือ ต้องการสร้างให้เกษตรกรก้าวหน้าด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ หรือ การเป็น “Smart Farming” ไปติดตามกันว่า แนวทางแก้ไขปัญหาเกษตรกร จะเป็นอย่างไร

เริ่มกันเลย …

ผมก็มีความผูกพันกับภาคการเกษตรไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจ แต่ความที่คุณพ่อผมเนี่ยจบฟู้ดซาย (Food science) หรือวิศวะเกี่ยวกับการเกษตร คุณพ่อก็ทำงานสัปรดที่เพชรบุรี เกี่ยวกับข้าวเกี่ยวกับกระดาษเพราะฉะนั้นกลับบ้านมาเขาก็จะเล่าเรื่องพวกนี้ให้ผมฟัง เมื่อเรามีเวลาว่างเสาร์อาทิตย์เราก็จะไอยู่แถวหัวหิน แถวเพชรบุรีที่มีสัปปะรดเยอะ หรือว่าเป็นนาข้าวพอโตขึ้นมาถึงระดับนึง พออายุ 11-12 ขวบเนี่ยก็ถูกส่งไปที่ประเทศนิวซีแลนด์

ซึ่งเป็นประเทศที่เน้นเรื่องเกษตรกรรม แต่เป็นเกษตรกรรมแบบการเพิ่มมูลค่า ที่เห็นได้ชัดๆเลยคือการได้ไปอยู่กับคนที่เป็นอาชีพเกษตรกร พ่อบ้านแม่บ้านเนี่ยเขาก็เล่าให้ฟังว่าเป็นองุ่นพวงนึงของนิวซีแลนด์เนี่ยก็จะขายได้เท่านี้ แต่เมื่อเขาทำเป็นไวน์เนี่ยราคาต่อกิโลจะขายได้เท่าไหร่

ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เรื่ององุ่นหรือไวน์ หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่กลายเป็นกาแฟ ชา เบียร์ กลายเป็นโยเกิรต์ ชีส สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ได้เห็นแล้วก็รู้สึกว่าเกษตรมันเป็นได้มากกว่าการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นมุมของไฮเทค หรือว่าไฮทัช ไม่ใช่ว่าต้องเป็นสมาร์ทฟาร์มมิ่งอย่างเดียวแต่ต้องเป็น สไตล์ลิทฟาร์มมิ่ง ลักษณะที่ว่าเราเอาเรื่องราวหรือสตอรี่ไปใส่เนี่ยมันก็สามารถทำให้ คนที่อยู่ในประเทศนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเกษตรกรรวยได้ ต่างจากที่เราเคยเห็นมาในตอนเด็กๆ พอมุมนี้มันติดอยู่ในหัวแล้วเนี่ยเมื่อเดินทางไปประเทศอื่นก็จะเห็นว่า คิวบาร์เขาทำซิการ์ ไปญี่ปุ่นก็จะเห็นเขาทำกับสาเก ไปยุโรปอเมริกาอะไรพวกนี้

หรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีข้าวเสาไห้ ข้าวสามหยด ข้าวสีนิล หลายๆสิ่งหลายๆอย่างมันเริ่มมีอัตลักษณ์ในตัวเองในการเป็นท้องถิ่น ถึงไม่ไฮเทคนักในประเทศไทยแต่ก็มีความเป็นไฮทัช โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไทยก็ดี วัฒนธรรมไทยก็ดี เป็นที่หนึ่งเป็นที่สอง ไม่เป็นรองใคร จริงๆมันก็มีอะไรมาเพิ่มสตอรี่ให้กับสินค้าการเกษตรได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกหลังโควิดแบบนี้ที่มีความต้องการจะมีความมั่นคงทางอาหาร และมีความมั่นคงในเรื่องของสุขภาพในการเริ่มบริโภทเรื่องเกี่ยวกับข้าวน้ำตาลต่ำข้าวแครอรี่ต่ำอะไรทั้งหลายเหล่านี้เนี่ย มันก็มีโอกาสมากกว่าโลกก่อนมีโควิด

เพราะฉะนั้นมันก็เป็นช่วงที่มีทั้งความท้าทาย ซึ่งเป็นความท้าท้ายที่มันอยูในประเทศที่สั่งสมมานานที่ประเทศอื่นที่ผมพูดมาเขาอาจจะไม่มี แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจจะมีโอกาสใหม่ๆที่ อาจจะทำให้เกษตรกรของเราฟื้นได้ เสียทีนึงเหมือนที่ผมได้อภิปรายไปเรื่องกระดุม 5 เม็ด เป็นต้น

อะไรเป็นแรงบันดาลใจของกระดุม 5 เม็ดในวันนั้น?
การลงพื้นที่จริงและการได้คลุกคลีกับเกษตรกร จริงๆคำตอบพาดแรกก็คือคำตอบพาดที่2 ที่เคยเห็น การไปคลุกคลีเกษตรกรในประเทศต่างๆทั้งเอเชีย แอฟฟิกา และโอเชียเนีย เมื่อกลับมาคลุกคลีกับเกษตรกรที่สกลนคร แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร ก็เลยเข้าใจ และด้วยความเป็นนักธุรกิจรู้แล้วล่ะว่ามันต้องมีเทคโนโลยี ต้องมีสมาทฟามมิ่งอะไรขึ้นมา 3 ข้อ 2 ข้อ ลดต้นทุนเพิ่มโอกาสในการขาย เพิ่มประสิทธิภาพหรือเอ็กทิวีตี้ ของการทำธุรกิจแบบนั้น ในอดีตที่ผ่านมาการเมืองของเราอยากจะไปช่วยเกษตรกรก็จะไปเน้นเรื่องเกี่ยวกับรายได้ในการจำนำหรือการประกันแต่เราไม่เคยเพิ่มรายจ่ายหรือประสิทธิภาพของการทำงาน

ซึ่งตรงนี้เนี่ยมันก็เลยทำให้เห็นว่าเอ๊ะทำไมถึงเอาเงินภาษีไปทำให้ราคาข้าวมันสูงขึ้นแต่ชาวนาไม่ค่อยได้อะไร ซึ่งตรงนั้นก็จะถูกทอนๆๆๆมาอีก จนกระทั่งมาเป็น ส.ส ถึงได้เข้าใจว่ามันมีทอนในทอนอีกที ที่อาจจะไม่เข้าใจถ้ามีประกันหรือมีจำนำแต่คุณไม่มีเอกสารสิทธิ์คุณไม่ได้ หรือทำนาข้าวแบบคอนโดคือรับประกันโดยการเอาโฉนดหรือเอาอะไรมาว่าปลูกข้าวไปเท่าไหร่สามารถประกันได้หลายๆครั้ง ซ้อนโฉนดซ้อนโฉนดไปเพื่อจะได้รับ เพราะฉะนั้นมันมีรูรั้ว มีวิธีคิดอะไรมากมาย ในขณะที่เวียดนามเป็นต้นก็มีวิธีคิดในการลดต้นทุนแพงค่าปุ๋ยค่าน้ำค่าที่ดินที่ต้องเช่า ที่เขาสามารถทำอะไรได้ดีกว่า สะอาดกว่าต้นทุนถูกกว่า ประสิทธิภาพมากกว่า

มันเป็นเพราะรัฐให้การส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องการเกษตร แต่บางทีเรื่องสมาทฟามมิ่งบางทีเราโรแมนติกเกินไป ว่าโอ้โหมันง่ายทำไมเราไม่ทำอย่างนั้นทำไมเราไม่ทำอย่างนี้ ให้เป็นสถานที่กับนาข้าวไปด้วยภายในที่เดียวกัน อพไรต่างๆนานาอย่างที่เราไปเห็นในการท่องเที่ยวที่ไปต่างประเทศมา เราเลยเข้าใจว่ามากไปกว่าเทคโนโลยี คือโครงสร้าง มากกว่านวัตกรรมคือ บริหารจัดการ ถ้าพื้นฐานหรือรากฐานของบ้าน ยังไม่แข็งแรงชลประทานยัง 20 %การกระจายที่ดียังไม่มี แต่คุณไปเอาวิธีคิดแบบเมืองนอกมาใช้ เช่นเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรแปลงใหญ่ใช้ได้กับอเมริกาแต่ เพราะเขามีปฏิรูปที่ดินแล้วประเทศเขาใหญ่ สามารถเอารถมาวิ่งโดยหุ่นยนต์เอาแทกเตอร์ไถได้ คนนึงนี้เป็นเจ้าของเป็นพันๆไร่ หรือจะเอาแบบยุโรปที่ประเทศไม่ได้ใหญ่มาก การทำน้ำมันมะกอก การทำไวน์ การทำ เวกวิก้า การทำกาแฟ การทำชาให้ทำน้อยได้มาก ไม่ใช่ทำมากได้น้อย

แต่ประเทศไทยไม่ได้ทำง่ายอย่างนั้นเพราะว่าถ้าเกิด แต่ถ้าคุณบอกจะทำเกษตรแปลงใหญ่มาแต่ที่ดินไม่มี คนที่มีที่ดินในประเทศไทยเกินกว่า 30 ไร่ มีอยู่กี่คน การจะเอาแทกเตอร์มาแจกหรือเอาโดรนมาวิ่งใส่ เป็นการให้ยอดของพีระมิดมีแต่ฐานมันไม่มี แล้วพอติดกระดุมผิดปุ๊บเราก็เสียงเงินไปป่าวๆ

สมาร์ทฟาร์มมิ่ง มีกี่เปอร์เซนต์ในประเทศไทย?
จริงๆผมก็เห็นเยอะนะครับ คนที่ใช้ระบบพีเตชั่นฟาร์มมิ่ง สามารถตัดปุ๋ย ตัดน้ำ ด้วยการวิเคราะห์หน้าดิน ใช้บิ๊กดาต้ามาใช้ ที่เปลี่ยนจากนาหว่านขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง ตายก็ไม่รู้เท่าไหร่ แล้วก็ต้องใช้ปุ๋ย ใช้ยาเคมีในการทำ แต่ถ้าทำเป็นเครื่องหยอดข้าวเนี่ยมันก็จะแม่นยำมากขึ้น ข้าวแตกกอกันขึ้นมา ในระยะที่ห่างกันอย่างเหมาะสม แสงแดดเข้าไม่มีศัตรูเชื้อโรคไม่จำเป็นต้องมีคน ข้าวแตกกอกันขึ้นมาในระยะที่ห่างกันอย่างเหมาะสมแสงแดดเข้าไม่มีศัตรูเชื้อโรค

ไม่จำเป็นต้องมียาฆ่าอะไรมากมาย ก็มีคนทำเยอะมีคนที่คิดเอาบลอกเชนเพื่อมาใช้กับออแกนิกเพื่อให้เทสกลับมาได้ว่าใช้กับออร์แกนิกจริงไม่จริง คนทำเยอะพอสมควรแต่มันไม่สามารถแพร่หลายได้ เพราะตามใดก็ตามที่เขายังขาดทุนและเขายังอยู่ในวงจรหนี้ของเขาอยู่ ด้วยว่าต้นทุน 5000 – 6000 บาท ไม่ว่าเขาปลูกอะไรก็แล้วแต่ ที่ที่มีฉโนดก็ 1000 นึง ไหนจะค่าสูบน้ำ ไหนจะค่าโซล่าเซลล์ที่ใช่สูบน้ำในเขตที่ไม่มีชลประทานแค่ปุ๋ยที่ผูกขาดอยู่ 5-6 เจ้า

ไหนจะแรงงานหาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ทำแบบปราณีตไม่ได้ก็ต้องหว่านเอา ก็ต้องทำให้ง่ายเพราะว่าไม่มีแรงงานไม่มีต้นทุน และไม่อยากที่จะเสี่ยงเพราะถ้าเกิดเสียง แล้วราคามันตกเนี่ยต้นทุนขนาดนี้แล้วราคามันลงไปเนี่ย ต้นทุนขนาดนี้แล้วราคามันลงคุณเสี่ยงไม่ได้คุณต้องทำวิธีเดิมๆ ซ้ำๆไปเรื่อยๆ มันก็เลยทำให้นวัตกรรมต่างๆ เรื่องการตัดปุ๋ยเรื่องการเอาโดรนเข้ามาใช้ เรื่องการทำเอไออะไรทั้งหลายเนี่ย มันกลายเป็นเรื่องผิวเผินเกินไปเมื่อเทียบกับปัญหาโครงสร้างที่มันเจออยู่

ถ้าได้เป็นรัฐมนตรีจะแก้ไขอย่างไร?
ปัญหาของเกษตรกรไม่ได้อยู่ที่กระทรวงเกษตรอย่างเดียว อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ที่กระทรวงทรัพยากร กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องฟอร์มทีมในการทำงาน ข้าราชการปลัดอธิบดีทั้งหลายเนี่ยก็ต้องทำงานข้ามกระทรวงกันได้ให้เป็นเรื่องเป็นปกติ ไม่ใช่มีบัญชาการมาจากรัฐบาลก็ค่อยประชุมกันทีนึง แล้วมีโปรเจคท์ เล็กๆน้อยๆมาทีนึง รัฐมนตรี รัฐมนตรีนั่งข้างกัน แต่ข้าราชการไม่ได้มีประสานงานกัน

อันที่2นอกจากทำงานภายนอกก็ต้องทำงานภายในนั่นก็คือ ปฏิรูปกระทรวงเกษตร เรื่องเกษตรอินทรีย์ หรือว่าการเพิ่มมูลค่ากระทรวงเกษตรตอนนี้อยู่ที่กระทรวงไหน 20 กระทรวงที่บอกว่าเราต้องเพิ่มมูลค่าการเกษตร แล้วต้องมีสมาท์ฟรามมิ่ง เอาเทคโนโลยี่มาใช้หรือ หรือต้องเกษตรอินทรีย์ให้ได้เนี่ย หน่วยงานไหนรับผิดชอบ กระทรวงอุตลาหกรรมก็มี กระทรวงพาณิชย์ก็มี กระทรวงเกษตรก็มี ผมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องมี กรมเกษตรการเพิ่มมูลค่า อยู่กับเกษตรเป็นตัวตั้ง การเพิ่มมูลค่าอ้อยให้เป็นน้ำตาลอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมที่เดียวแล้วมีพืชชนิดเดียวที่มีการทำอย่างนั้น

อาจจะเป็นเพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่มีนายทุนที่มีอะไร มีการพัฒนาอย่าง Concentrate อยู่ไม่กี่เจ้า แต่ข้าวนี่หลายเจ้ายางนี่หลายเจ้า แต่อ้อยนี่มีอยู่ไม่กี่เจ้า เลยมีอยู่ที่กระทรวงเกษตรในการที่จะเพิ่มมูลค่าแต่ของประเทศไทยนี้ยังไม่มี ก็ต้องดูกันว่าปฏิรูปยังไงบางภารกิจอาจจะต้องโอนให้กระทรวงอื่น เรื่องเกี่ยวกับบริหารน้ำกับดิน ชลประทานจริงๆควรจะไปอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรแห่งน้ำไหม หรือยังควรอยู่ที่กระทรวงเกษตร มีบางอย่างที่หายไปจากกระทรวงเกษตร และมีบางอย่างที่ล้นไปในกระทรวงเกษตร ที่ต้องมีการถ่ายทอดภารกิจกัน

เคยล้มถึงขั้นไหนแล้วใช้วิธีไหนแก้ไข?
คงเอามาเปรียบเทียบในบริบทแบบนั้นไม่ได้ ปัญหาทางคนสร้างแบบมหาภาค กับจุลภาคของแต่ละคนก็ไมเหมือนกัน พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญภัยแล้งตอนนี้อยู่ มีปริมาณน้ำจากฝนตกมากกว่าที่ต้องใช้เนี่ยหลายสิบเท่า แต่การบริหารน้ำตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเนี่ยล้มเหลวจนไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำได้ แล้วไปใช้โมเดลเมื่อ40 ปีที่แล้วคือเขื่อนใหญ่ๆ บริมาณฝนตกมันเปลี่ยนทุกๆ 10 ปี

พอคุณสร้างเขื่อนที่มันใหญ่ๆการลงทุนมหาศาลไปเนี่ย ฝนไปตกที่ใต้เขื่อนหรือเหนือเขื่อน ทำให้เราไม่สามารถที่จะกักเก็บปริมาณน้ำได้อันนั้นอันที่1 อันที่2เมื่อสมมุติว่ามีการกักเก็บปริมาณน้ำได้เนี่ยก็ไม่มีการขนถ่ายน้ำไปพื้นที่การเกษตรเหมือนอย่างที่ญี่ปุ่น เหมือนอย่างที่เวียดนาม ทำให้ไม่ว่าจิตคุณจะเข้มแข็งสักแค่ไหน หรือคุณจะฝืนตัวเองแค่ไหนมันมีราคาที่ต้องจ่าย อาจมีคนที่สู้ชีวิตแล้วไปทำปั๊มน้ำ แล้วก็ใช้โชลาเซลล์ทำวิดน้ำเข้านาของตัวเองแต่จริงๆแล้วมันก็ไม่เหมือนกันกับปัญหาแต่ละคนที่ มันอยู่ในโครงสร้างที่นักธุรกิจทั่วไป นายทุนทั่วไป ทุนพร้อมกว่า โครงสร้างพร้อมที่จะล้มได้กี่ครั้ง มีสวัสดิการที่ดีกว่า กับพวกเขาที่ไม่มีรัฐสวัสดิการคงจะเปรียบเทียบกันไม่ได้

แต่ถ้าท่านอยู่ในโครงสร้างที่พร้อม แล้วก็มีสวัสดิการที่พอได้เนี่ยก็ต้องเข้าใจว่าปัญหามีให้กู้ไม่ได้มีไว้แก้ แล้วก็ค่อยๆซอยปัญหาทีละข้อ แล้วก็ค่อยๆทำมันทีละนิดทีละนิด แล้วก็เข้าใจว่าคงไม่มีใครในโลกที่ไม่เคยประสบปัญหามาก่อน ก็น่าจะผ่านไปได้ก็ไม่ใช้ว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในโครงสร้างทีเหมาะ เขาสามารถที่จะสู้ชีวิตต่อไป เขาควรที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องว่าโครงสร้างนี้เปลี่ยนไปแล้วอย่างที่มีน้องนักศึกษาคนนึงบอกว่า ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนผู้เล่นในเกม แต่เป็นการเปลี่ยนเกมนั้นทั้งหมดต่างหาก คือสิ่งที่เขาสมควรที่จะได้ คือสิ่งที่เขา deserve

ให้กำลังใจชาวเกษตรกรไทย
ไม่ว่าจะใคร ไม่มีใครในโลกที่จะเจออะไรที่หนักหน่วงขนาดนี้มาก่อนในอดีตที่ผ่านมา เราก็เจอปัญหาวิกฤติมาหลายครั้ง แต่เราก็จะพอที่จะมองเห็นว่าทางออกของประเทศอยู่ตรงไหน ตอนนี้เนี่ยเราอาจจะมองไม่เห็น แต่ถ้าเรามีสติกับมัน แล้วเราก็ยอมรับว่าเราไม่อาจจะควบคุมพายุได้ แต่เราสามารถที่จะควบคุมหางเสือ แล้วก้วิธีคิดของเราได้ แล้วก้ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในแต่ละวัน เราก็อาจจะผ่านพ้นมันไปได้ไม่มากก็น้อย แล้วก้เราไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในโลกที่กำลังประสบอยู่ พอถึงเวลามนุษยชาติก็พิสูจน์หลายครั้งแล้วว่าเรามีความเข้มแข็งพอที่จะสู้กับปัญหาที่เจอขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะมองไม่เห็นแสงสุดท้ายของอุโมงค์ก็ตามก็เป็นกำลังใจให้ทุกคน

ข้อดีของคนไทยในช่วงโควิด
เชื่อว่าคนไทยก็ยังมีจิตใจที่อ่อนโยนพร้อมที่จะสู้อยู่หลายครั้งที่เป็นช่วงโควิดแล้วผมลงไปพบปะประชาชน เอาสิ่งของที่เขาขาดไปช่วย ทุกครั้งก็จะมีการพูดกับผลตลอดเวลาว่า ฉันพอแล้ว ยายพอแล้ว พ่อพอแล้ว เอาไปให้คนอื่นเถอะ มันคือความเสียสละ คือจิตใจของคนไทย ที่ยังพร้อมที่จะสู้ต่อไปได้ แต่ในขณะเดียวกันถึงแม้ว่าเราจะรักความสงบแค่ไหน ก็ยังไม่ยอมที่ไหนมาเอาเปรียบ แล้วก็พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้อีกเช่นเดียวกัน เป็นสิ่งที่สปิริตของใจของคนไทยที่ยังจะเป็นพลัง เป็นอนุภาคหนึ่งของพลังในการที่จะผลักดันประเทศออกไปข้างหน้าแล้วก็หลุดจากวังวนในอดีตเสียที

ความหลากหลายในประเทศไทย ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เหล่านี้เนี่ยมันเป็นจุดแข็งของบ้านเมืองเรา ข้าวที่ภาคใต้หรือภาคเหนือ ที่ภาคอีสาน ก็มีความแตกต่างกัน แตกต่างกันที่3 S คือ Sun soil Skill Sun ก็คือแสงแดดของเรา Soil ก็คือเนื้อดินของแต่ละภูมิภาคที่ไม่เหมือนกัน และก็ Skill ในการทำข้าว ในการทำผลไม้ในการปลูกพืชผักต่างๆที่มีความแตกต่างและเป็นส่วนกระกอบนึง ของอาหารไทย ของวัฒนธรรมไทย ที่ทั่วโลกโหยหา ยิ่งกว่าวัฒนธรรมอื่น ยิ่งกว่าชาติอื่น เรามีต้นทุนที่ดีมากเลยทีเดียว ที่ขาดไปก็คือประสิทธิภาพการบริหารวิสัยทัศน์ ของการมองว่าบ้านเมืองเรามีดีอยู่และไม่ได้มีการต่อยอดไม่ได้มีการ สิ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย

The Space ของพิธา?

ก็คือการได้อยู่กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ได้อยู่กับครอบครัวได้อยู่กับลูกสาว แล้วก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันมา ที่เตรียมตัวมาเป็น เหนื่อยไหมก็เหนื่อยอยู่แล้วแต่ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตแล้วมองย้อนกลับมาก็ไม่รู้สึกเสียใจ หรือเสียดายที่ไม่ได้ทำอย่างที่ตัวเองหวังไว้

ก็คงต้องทำให้พื้นฐานของการเกษตร เรื่องที่ดิน เรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ยเรื่องบริหารจัดการเรื่องคนเนี่ย มันเหมาะสมพื้นฐานมันแข็งเสียก่อนแล้วค่อยต่อยอดไปทางตรงนั้น จริงๆแล้วถ้าเราเทียบกับสหประชาชาติเลยเนี่ย พื้นที่ 100 กิโลเมตร ประเทศไทยมีรถแทกเตอร์อยู่ประมาณ 200 คัน ต่อ 100 ตารางกิโลเมตร เท่ากับเวียดนาม แต่ทำไมเวียดนามถึงได้พัฒนาไปเยอะพอสมควร

ทั้งๆที่เราดูเอาแฟคเตอร์ในสมาร์ทฟาร์มมิ่งไง เอาแมคไนเตชั่น มาเทียบกับแมคไนเตชั่นของไทย ไทยกับเวียดนามดูสิตัวเลขก็เท่ากัน แต่การบริหารจัดการของพวกเขา ในเรื่องของที่ดี เรื่องของน้ำ เรื่องของปุ๋ย มันทำให้ต้นทุนเขาถูกกว่าเรามาก แล้วก็ทำให้ผลผลิตเขาหลากหลายกว่าเรามาก นโยบายที่เขาเน้นให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ให้ซับไพรม์ มันทำให้เขานำโด่งไปเยอะ นี่คือเมื่อเราเปรียบเทียบให้ดูให้เห็นว่า “สมาร์ทฟาร์มมิ่ง”เป็นปัจจุยสำคัญในการที่จะพัฒนาการเกษตรหรือไม่ซึ่งก็ไม่ใช่ถ้าเกิดดูอย่างนั้นแต่ในขณะเดียวกันถ้าคุณไปเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เปรียบเทียบกับยุโรป ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรทีดี ซึ่งไทยก็ต่างจากตรงนั้นเยอะมาก

The Space Someone : ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดังแถวหน้าเมืองไทย (คลิป)

The Space Someone อาร์ทตี้ ปฐพร สื่อที่ดีไม่ควรเลือกข้าง!! (คลิป)

The Space : Someone คุยกับ ซิโก้ เบื้องหลังฟุตบอลไทย ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด

ไม่รอดอีกราย สหรัฐฯพบผู้เสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนโควิด19

วัคซีนโควิด19 — สำนักงานอำเภอ พลาแซอร์ เคาท์ตี้ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เปิดเผยว่าพบผู้เสียชีวิต หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด19

คัดเน้นๆ หวย 1/2/64 เลขเด็ด 2 – 3 ตัวตรง เลขเด่นวันจันทร์ เน้น 2 – 3 – 4

ไบรท์ทูเดย์คัดเน้นๆ หวย 1/2/64 หวยดัง เลขเด็ด 2 ตัวตรงและ 3 ตัวตรง ส่วนเลขเด่นวันจันทร์ เน้น 2 – 3 – 4 วันนี้

รอฟังข่าว! ศบค.ชุดใหญ่ เตรียมถก ขยายเวลานั่งกินร้านอาหาร-เปิดเรียน

ศบค. — เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาลถึงการประชุมศูนย์

อย่าให้รหัส OTP เด็ดขาด! ตร.เตือนหลังพบสถิติโดนแฮกสูง

OTP — (25 ม.ค.64) เว็บไซต์โปลิศนิวส์รายงานว่า พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.ในฐานะ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซินแสหมิง เผย 3 ลัคนาราศี ราหูเสริมชะตา เสน่ห์แรง ช่วงต้นเดือนม.ค. ก.พ.

ซินแสหมิง อาจารย์พงศ์สดายุ นาคทอง เจ้าของฉายา ขงเบ้งเมืองไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ซินแสหมิง ขงเบ้งเมืองไทย ว่า

ชุดใหญ่! เป๊ก เปรมณัช จะของขวัญชิ้นใหญ่ มอบ 12 ล้าน!! ให้ นิว ในวันเกิด

จัดให้ชุดใหญ่ไฟกระพริบ! เป๊ก เปรมณัช ที่ได้จัดของขวัญชิ้นใหญ่ มูลค่า 12 ล้านบาท!! ให้กับ นิว นภัสร ในวันเกิดโดยทั้งคู่ก็ได้