รู้ไว้ไม่ปวดหัว!! สรรพคุณและวิธีใช้ยาแก้ปวดแต่ละชนิด

ยาแก้ปวดลดไข้ เป็นยาที่ไว้ใช้ในการลดไข้และบรรเทาอาการปวดเช่น ปวดหัว ปวดข้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งตัวยาที่นิยมใช้ก็มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ  พาราเซตามอล แอสไพริน และทรามาดอล ซึ่งยาแต่ละตัวก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป การใช้รักษาผู้ป่วยก็ต่างกันเช่นกัน

 

สรรพคุณของยาแก้ปวดลดไข้แต่ละชนิด

พาราเซตามอล (Paracetamol) มีสรรพคุณในการลดไข้ตัวร้อน และลดอาการปวด เป็นยาที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรงจึงจัดให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน

แอสไพริน (Aspirin) มีสรรพคุณเหมือนกับพาราเซตามอลและยังมีฤทธิ์ป้องกันลิ่มเลือด ซึ่งทำให้หลอดเลือดอุดตัน และยังมีฤทธิ์คล้ายยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์อีกด้วย แต่เป็นยาที่ไม่ควรซื้อมาใช้แบบทั่วไป และไม่ควรซื้อมาเก็บเอาไว้ในบ้าน ควรเลือกพาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้านแทนจะเหมาะสมกับคนในบ้านมากกว่า

ทรามาดอล (Tramadol)มีฤทธิ์ที่ค่อนข้างรุนแรงกว่า พาราเซตามอล และแอสไพรินมาก นิยมนำมาใช้เป็นยาบรรเทาอาการไมเกรน ปวดประสาท เป็นต้น

 

วิธีใช้ยาแก้ปวดลดไข้แต่ละชนิด

พาราเซตามอล สามารถนำใช้ได้กับคนทั่วไปทุกเพศทุกวัย โดยผู้ใหญ่ให้รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด (ขนาด 500 มิลลิกรัม) และสามารถทานหากยังไม่ดีขึ้น โดยให้เว้นระยะห่างระหว่างการกินแต่ละครั้งประมาณ 4-6 ชั่วโมง แต่ในหนึ่งวันไม่ควรทานเกิน 5 ครั้ง ส่วนเด็กควรพาไปพบแพทย์ก่อนทำการให้ยาเพราะเด็กแต่ละวัยจะต้องได้รับขนาดของยาที่แตกต่างกัน

แอสไพริน โดยส่วนใหญ่จะมีขนาด 300 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ให้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด และหากอาการไม่ดีขึ้นก็สามารถทานซ้ำได้ โดยเว้นระยะในการทานประมาณ 4-6 ชั่วโมง และไม่ควรใช้เกิน 4 ครั้งต่อวัน สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี ไม่แนะนำให้ใช้ยาชนิดนี้

ทรามาดอล เหมาะกับการใช้ในผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนและปวดประสาท ตัวยาโดยทั่วไปจะมีขนาด 50 มิลลิกรัม หากมีอาการให้รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด หากอาการยังไม่ดีขึ้นสามารถทานซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง และไม่ควรใช้เกินกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ ไม่ควรทานเกิน 4 ครั้งต่อวัน

 

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังจากการใช้ “ยาแก้ปวดลดไข้”

พาราเซตามอล เป็นยาที่มีผลข้างเคียงในการใช้ไม่มาก แต่หากใช้เกินขนาดหรือใช้เป็นเวลานานก็จะมีผลต่อตับและไต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตับหรือไตวายเฉียบพลันจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นในการใช้ควรใช้เมื่อพบว่ามีอาการปวดหรือเป็นไข้เท่านั้น

แอสไพริน เป็นยาที่มีผลข้างเคียงเยอะพอสมควร ผู้ที่ใช้ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดการแพ้ ได้ และอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร จนอาจทำให้กระเพาะอักเสบและเป็นแผลได้ ดังนั้นควรกินหลังอาหารทันที ไม่ควรใช้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์เป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์ของยาและทำให้กัดกระเพาะมากยิ่งขึ้น หากใช้ยาชนิดนี้ในบริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้หูอื้อ

ทรามาดอล เป็นยาที่ไม่ควรใช้กับคนทั่วไปเพราะยามีฤทธิ์รุนแรง และอาจส่งผลข้างได้ค่อนข้างมาก เช่น เวียนศีรษะ ง่วงนอน ท้องผูก คลื่นไส้ และหากใช้ยาเกินขนาดก็อาจส่งผลให้เกิดอาการซึม รูม่านตามหดเล็ก ชัก หมดสติ เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงใช้ตัวยาทรามาดอลร่วมกับตัวยาแอมเฟตามีนเป็นอันขาด เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้

 

ยาแก้ปวดลดไข้ ทั้ง 3 ชนิด เป็นยาที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดอาการปวด แต่ทางที่ดีแล้ว หากมีอาการปวดหรือไข้ที่ไม่รุนแรง ก็ให้หลีกเลี่ยงการทานยาพวกนี้ก่อน และควรใช้เช็ดตัวและพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากต้องใช้ยาจริงๆ ก็เลือกตัวยาพาราเซตามอลที่มีฤทธิ์ที่ค่อนข้างอ่อนแทนการใช้แอสไพรินหรือทรามาดอล ก่อนไปพบแพทย์

ขอบคุณข้อมูลจาก healthtio.com 

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด

ส่องความน่ารัก! โดยอง Treasure หนุ่มน้อยน่ารัก สดใสแอทแทคหัวใจแฟนคลับ!!

รวมภาพความน่ารักของหนุ่มน้อย โดยอง จากวง Treasure ชื่อจริง : คิมโดยอง (Kim Do Young) ชื่อในวงการ : โดยอง (Doyoung)

“น้องปริม-น้องปราง” ช่วยเลี้ยง “น้องเปรม” เอ็นดูสามพี่น้อง จุ๊บส่งต่อความรัก

น้องปริม และ น้องปราง ประคบประหงมกำลังช่วยคุณแม่เบนซ์เลี้ยง น้องเปรม จนกลายเป็นภาพสุดเอ็นดูของสามพี่น้อง น่ารักสุดๆ

แรงมาก! ยุ้ย จีรนันท์ สวนกลับแบบผู้ดี หลังโดนชาวเน็ตคอมเมนต์ด่าหยาบคาบ!

ทำเอาเหล่าชาวเน็ตและแฟนคลับอยากจะลุกขึ้นมาปรบมือให้กับ นักแสดงสาวคนสวย ยุ้ย จีรันนท์ มะโนแจ่ม กันอย่างมากมาย

เตือน! ประชาชนระวังมิจฉาชีพออนไลน์ แอปเงินกู้ คิดดอกเบี้ยโหด

เพจ ทนายคลายทุกข์ แจ้งเตือนประชาชนมิจฉาชีพทางออนไลน์ กรณีพวก แอปเงินกู้ คิดดอกเบี้ยสูง ภายหลังจากมีพี่น้องประชาชนที่เคารพ

คุณแม่สุดเฟิร์ม ! ศรีริต้า โชว์ความฟิต ออกกำลังกายจัดเต็ม ถึงจะท้องก็ไม่มีปัญหา

เป็นอีกหนึ่งคุณแม่สุดฟิตแอนด์เฟิร์มอีกคน กับสาว ศรีริต้า เจนเซ่น ที่ช่วงหลังๆ มาลงรูปอวดหน้าท้องที่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นทุกวันอยู่บ่อยๆ