WinterIsComing! “ฤดูหนาว”กำลังมา พร้อมรับมือ 5 โรคอันตรายที่มากับอากาศหนาว

WinterIsComing! “ฤดูหนาว“กำลังมา อย่างไรก็ตามต้องเตรียมพร้อมรับมือ 5 โรคอันตรายที่มากับอากาศหนาว ชี้อากาศเย็นเอื้อต่อการอยู่รอดของไวรัส 

นับถอยหลังเข้าสู้หน้าหน้าในปลายเดือนตุลาคม 2564 นี้แล้ว หลังที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงหน้าหนาวของไทยในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนกรุงเทพที่คาดการณ์ว่า อุณหภูมิในช่วงหน้าหนาวนี้จะต่ำสุดถึง 15-16 องศา อย่างไรก็ตามเราต่างก็หวังว่า ความเย็นจะอยู่กับเราตามที่กรมอุตุคาดการณ์คือ ปลายตุลาคมถึงปลายกุมภาพันธ์ 2565 แต่อย่าพึ่งดีใจจนลืมนึกไปว่า ช่วงที่อากาศเย็น เป็นช่วงที่เวลาที่เอื้อต่อการอยู่รอดและแพร่กระจายของไวรัส 

Happy snow man enjoys extreme sport during cold frosty day in mountains wears ski goggles and jacket warms with hot beverage has white frost on face. hiking mountaineering active rest concept Free Photo
www.freepik.com

ทั้งนี้ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข เตือน 5 โรคอันตรายที่มากับอากาศหนาว นอกจากลมหนาวที่รอคอยแล้ว ยังมีสิ่งที่เราไม่ได้รอคอยแฝงมาด้วย สิ่งนั้นคือ “โรคอันตราย”ที่ต้องพึงระวัง ในช่วงที่อากาศเย็นเป็นเวลาที่เอื้อต่อการอยู่รอดและแพร่กระจายของไวรัส

1. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

  • เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน
  • ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดคือ influenza A และ B ส่วนไวรัส influenza อีกชนิดหนึ่งคือ influenza C มีความรุนแรงน้อยและไม่มีความสำคัญในการแพร่ระบาด จึงอาจไม่นับอยู่ในกลุ่มของโรคไข้หวัดใหญ่
  • การแพร่ระบาดมักเกิดในช่วงฤดูหนาว แต่ละปีมีการประมาณว่า มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกสูงถึง 10-15% ของประชากรทั้งหมด

2. ไข้หวัด (Common cold)

  • ไข้หวัดธรรมดาจะมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ข้อแตกต่างก็คือไข้หวัดธรรมดามักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม คันคอ เป็นอาการเด่น ไม่ค่อยมีอาการไข้ และปวดกล้ามเนื้อ
  • ไข้หวัดธรรมดามีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้น้อยมาก
  • เชื้อหวัดเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ
  • โดยเฉลี่ยเด็กจะเป็นไข้หวัด 6-12 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่จะเป็น 2-4 ครั้ง ผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายเนื่องจากใกล้ชิดกับเด็ก สำหรับผู้สูงอายุอาจจะเป็นปีละครั้ง

3. โรคปอดบวม (Pneumonia)

  • โรคปอดบวมหมายถึงภาวะปอดซึ่งเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ซึ่งในสภาวะที่ผิดปกติอาจเกิดจากเชื้อรา และพยาธิ เมื่อเป็นปอดบวม จะมีหนองและสารน้ำอย่างอื่นในถุงลม ทำให้ร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และอาจถึงแก่ชีวิตได้
  • การที่บางคนไม่เป็นโรคปอดบวมก็เนื่องจากร่างกายของเราได้สร้างระบบป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ปอดไว้อย่างสลับซับซ้อน (ด่านกักและทำลายเชื้อโรค) ก่อนที่มันจะเข้าไปยังปอด

4. โรคหัด (Measles)

  • เป็นโรคของเด็กวัยก่อนเรียนและวัยเรียน ตั้งแต่อายุ 2 ถึง 12 ขวบ มักไม่พบในเด็กเล็กกว่า 8 เดือน เพราะมีภูมิคุ้มกันจากแม่
  • ติดต่อกันได้ง่ายมาก จากการไอ จามรดกันโดยตรง หรือหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป
  • โรคหัดมักเกิดระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน
  • อาการของโรคหัดคล้ายคลึงกับอาการของหวัดธรรมดา คือ มีไข้ก่อนน้ำมูกไหล มักจะไอแห้งๆ ตลอดเวลา ไม่มีทางทราบเลยว่าเด็กเป็นหัดแล้ว จนเมื่ออาการเพิ่มขึ้นมีไข้สูง ตาแดงก่ำและแฉะ เวลาโดนแสงจะแสบตา ระคายตา ทำตาหยี ไอและมีน้ำมูกมาก ปากและจมูกแดงไปหมด
  • นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เด็กอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3 -4 วัน จึงเริ่มมีผื่นจากหลังหูลามไปยังหน้าและร่างกาย ผื่นจะมีขนาดโตขึ้นและสีจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสังเกตจะพบว่าก่อนวันที่เด็กจะมีผื่นออกตามลำตัวจะมีตุ่มเล็กๆ ในปากตรงฟันกรามบน ซึ่งเป็นตุ่มเกิดขึ้นเฉพาะโรคหัดเท่านั้น พอผื่นออกได้ประมาณ 1-2 วัน เด็กก็จะมีอาการดีขึ้น
  • โรคนี้มีวัคซีนป้องกัน เป็นวัคซีนรวม หัด หัดเยอรมัน และคางทูม ซึ่งเด็กทุกคนควรไปรับวัคซีนป้องกันโรคหัด ตามช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

5. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Gastroenteritis)

  • เป็นโรคที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญและยืนยันถึงภัยอันตราย เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตของเด็กยังมีอัตราที่สูง โดยคร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละสามหมื่นถึงห้าหมื่นคน เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน คือโรตาไวรัส (Rota virus)
  • มักพบในเด็ก เชื้อโรคนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง และมักมีอาการไข้ และอาเจียน บางรายที่เสียน้ำมากอาจช็อค และเสียชีวิต เป็นเชื้อต้นเหตุของลำไส้อักเสบรุนแรงในเด็กอ่อน และเด็กที่มีอายุ 1-3 ขวบ
  • ระบาดมากที่สุดคือช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี
  • เชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายทางปาก และลงไปที่กระเพาะอาหาร และแบ่งตัวที่ลำไส้ เด็กที่ติดเชื้อ นอกจากสูญเสียน้ำ แล้วยังสูญเสียสารสำคัญที่ช่วยลำไส้ดูดซึมอาหาร

สามารถติดตามข่าวสาร และ เรื่องดีๆเกี่ยวกับสุขภาพได้ที่ เว็บไซต์ Bright Today หรือ Facebook Bright TV

บทความสุขภาพที่น่าสนใจ

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด

ชอบเลขนี้มาก! หวยเด็ดมนต์สิทธิ์ คำสร้อย เปิดลอตเตอรี่ 4 ใบ เลขเด่นทั้งนั้น

เปิดเลขเด็ดให้แฟนหวยได้ตามกันอีกครั้ง มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เผยไม่มีกั๊กลอตเตอรี่ 4 ใบเต็มมือ เลขเล่นเลขสวยทั้งนั้น เจ้าตัวถึงกับบอกชอบเลขนี้มาก

มาแน่! ซิงเกิลใหม่ โชค รถแห่ “มีเมียเมื่อพร้อม” พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

นัส เมียโชค รถแห่ หลุดสปอยซิงเกิลใหม่ “มีเมียเมื่อพร้อม” พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาศ ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์กันรัวๆ ลั่น! สามีแห่งชาติ

เปา กิ่งกาญจน์ โพสต์ขอบคุณ หนุ่ม กรรชัย ที่ทำให้คนรู้จักหนูจนถึงวันนี้ !!

เปา กิ่งกาญจน์ โพสต์ร่ายยาวขอบคุณ หนุ่ม กรรชัย หลังไปออกรายการก่อนหน้านี้ ขอบคุณที่ทำให้คนรู้จักกระทั่งถึงทุกวันนี้

ส่องโปสเตอร์แรก BLACKPINK คืนเดียวจัดเต็ม 4 คนรวด รอบนี้มีคนเปลี่ยนไป!

BLACKPINK ปล่อยโปสเตอร์แรก PINK VENOM หลังประกาศคัมแบ็กอัลบั้มเต็ม BORN PINK คืนเดียวจัดเต็ม 4 คนรวด ทำเอาบลิงก์ตื่นเต้นจนนอนแทบไม่หลับ
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า