รู้หรือไม่? ใครที่เป็น ทอนซิลอักเสบ บ่อยๆ ห้ามดื่มน้ำร้อน เพราะจะทำให้อาการแย่ลง แต่ให้ทาน น้ำโกโก้ หรือ ไอศกรีมโกโก้ เพราะอะไร?
มาที่โรคยอดฮิตอีกหนึ่งโรคที่เกี่ยวกับช่องปาก ช่องคอ เจ็บคอไม่หาย แต่ไม่ได้เป็นโควิด เจ็บเฉพาะตอนกลืนอาหาร กลืนอาหารลำบาก แถมมีกลิ่นปากอีกด้วย อาจจะเข้าค่ายการเป็น ต่อมทอนซิลอักเสบ ใครที่คุ้นเคยจะรู้ดีว่ามันเจ็บคอมาก ในบางคนอาจจะมีปัญหาถึงไม่สามารถรับประทานอาหารได้เลย พอเจ็บคออันดับแรกที่เราจะทำก็คือดื่มน้ำร้อน แต่บอกเลยว่าห้ามทำเด็ดขาด สิ่งที่ควรจะทำคือ ทานโกโก้ เพราะอะไรมาดู!!

ทำไมทอนซิลอักเสบต้องกินโกโก้
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าไอศกรีมเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ใช้บรรเทาอาการทอนซิลอักเสบ นอกจากนี้การดื่มน้ำเย็น เครื่องดื่มเย็น หรือการอมก้อนน้ำเเข็ง ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการบวม และอาการอักเสบของทอนซิลได้เช่นกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับประทานไอศกรีมอะไรก็ได้ ถ้าจะให้ได้ผลมากที่สุดควรเป็น “ไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลต” หรือ ช็อกโกแลตดำ (Dark Chocolate) ที่มีช็อกโกแลตเข้มข้น 70% ขึ้นไป และมีนม น้ำตาล ผสมอยู่ในปริมาณน้อยกว่าช็อกโกแลตทั่วไป
ทำไมโกโก้ถึงแก้อาการเจ็บคอได้
เพราะว่า ในโกโก้ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของดาร์กช็อกโกแลตมี “สารฟลาโวนอยด์” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ลดอาการอักเสบได้นั่นเอง โดยสารดังกล่าวนั้นจะมีปริมาณสูงตามความเข้มข้นของช็อกโกแลต ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมดาร์กช็อกโกแลตจึงสามารถบรรเทาอาการอักเสบได้ในเบื้องต้น และไม่ใช่แค่ไอศกรีมเท่านั้น แต่ในเครื่องดื่มหรือขนมที่ทำมาจากดาร์กช็อกโกแลต เช่น โกโก้เย็น โกโก้ปั่น ช็อกโกแลตแท่ง ก็มีสารฟลาโวนอยด์อยู่เช่นเดียวกัน
แม้ว่าดาร์กช็อกโกแลตจะช่วยให้อาการทอนซิลอักเสบดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความมันเหมาะสำหรับทุกคน เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถรับประทานช็อกโกแลตที่มีความเข้มข้นสูงขนาดนั้นได้ เนื่องจากเป็นอาหารที่มี “คาเฟอีน” จึงควรให้เด็กใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
ดาร์กช็อกโกแลตยังมีประโยชน์อีกมากมาย
- ช่วยในเรื่องของการยึดเกาะโมเลกุลที่ทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจเนื่องจากการแข็งตัวของหลอดเลือดได้อีกด้วย
- ช่วยให้สมองตื่นตัว รู้สึกสดชื่น โดยเฉพาะด้านความจำ ความคิด การตัดสินใจ การรับรู้ การเรียนรู้
- ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีส่วนป้องกันผิวจากแสงแดด และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังเซลล์ผิวหนังได้อีกด้วย
แม้ว่าดาร์กช็อกโกแลตและโกโก้จะมีสรรพคุณมากมาย แต่ถ้าต้องการได้รับประโยชน์สูงสุด ก็ต้องบริโภคอย่างสม่ำเสมอหมายความว่า หากต้องการให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารฟลาโวนอยด์อย่างเต็มที่จะต้องดื่มโกโก้วันละ 1 แก้ว ติดต่อกันอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้การดูแลตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
แหล่งที่มา petcharavejhospital
ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ
Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY