เมียหลวงแฉ”ไอ้โอ”พฤติกรรมโหด เคยตีพ่อตาสลบ-ติดคุกคดียานรก

ฆ่าฝังดิน / เมียหลวงเผย ไอ้โอ ผู้ต้องหาลวงฆ่ากิ๊ก พฤติกรรมสุดโหดเคยใช้ท่อจยย.ตีพ่อตาจนสลบ ตนเองแขนแตก ด้านตำรวจไล่ล่ากระชั้นชิดหายใจรดต้นคอคนร้าย

ความคืบหน้ากรณีแปดผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าฝั่งศพอัมพรางคดีย่านสมุทรปราการ ล่าสุดรวบผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 6 คน ส่วนนายโอ ที่อยู่ระหว่างหลาบหนีอยู่ในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสานตอนบน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดสมุทรปราการ นำกำลังขึ้นไปไล่ล่าแบบกระชั้นชิดชนิดหายใจรดต้นคอ ล่าสุดพบรถยนต์เก๋งที่นายโอ ใช้เป็นพาหนะในการหลบหนีแล้วแต่ตัวนายโอ หลบหนีไปได้

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มี.ค. 2562 พล.ต.ต.ธรรนูญ ไตรทิพยพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก. ได้เดินทางมาที่โรงพักสภ.บางเสาธง สมุทรปราการ เพื่อประชุมสรุปผลความคืบหน้าแนวทางการสืบสวนในการคลี่คลายในคดีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนางสาวน้ำทิพย์ อาจไชยชนะ หรือเมย์ อายุ 22 ปี ภรรยาของนาย สมศักดิ์ เล็ดลอด หรือ โอ ผู้ต้องหาสำคัญในคดีฆ่าโหด มาให้ปากคำเพิ่มเติม

นางสาวเมย์ เปิดเผยว่า ตนเองยอมรับว่านายโอและมารดาของนายโอ ได้โทรศัพท์มาหาตนเองบ่อยครั้งหลังเกิดเหตุ ซึ่งล่าสุดเมื่อ 3 วันที่แล้ว นายโอ ได้โทรศัพท์เข้ามาหาตนและมีการพูดคุยทั่วไปและบอกคิดถึงลูกทั้งสอง ตนฝากถึงนายโอว่าอยากให้เข้ามอบตัวเพราะสงสารลูก โดยเฉพาะลูกสาวในครรภ์วัย 7 เดือนที่กำลังจะลืมตาออกมาดูโลก ขณะที่ลูกสาว อายุ 7 ขวบตนยังไม่ได้เล่าเรื่องอะไรให้ฟังเกรงว่าจะรับไม่ได้

ขณะที่พ่อตา (สงวนชื่อและใบหน้า) ได้ออกมาแฉพฤติกรรมสุดโหดของนายโอ ว่าเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา นายโอ พาบุตรสาวตนหนีไปอยู่ด้วยกัน ตนจึงออกตามหาจนกระทั่งไปพบตัวที่บ้านพักของนายโอ จึงเข้าไปตามลูกสาวให้กลับบ้านและเกิดมีปากเสียงกับนายโอ ก่อนที่จะถูกนายโอ ใช่ท่อรถจักรยานยนต์ ตีเข้าที่ท้ายทอยจนสลบ จนภรรยาของตนเองต้องพากลับมาบ้าน ขณะที่ลูกสาวตนในตอนนั้นได้ใช้แขนรับขณะที่นายโอใช้ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ตีใส่ตนจนกระดูกแขนแตก

“หลังจากนั้นมาตนก็ให้ลูกสาวตนก็ให้ออกห่างจากนายโอ แต่ในที่สุดลูกสาวตนก็กลับมาไปอยู่กับนายโอ จนกระทั่งพาลูกสาวตนไปติดร่างแหในกระบวนการยาเสพติดด้วย จนถูกจับในคดีครอบครองยาเสพติด ซึ่งขณะนั้นบุตรสาวได้ตั้งครรภ์และไปคลอดลูกในสถานพินิจลูกคนแรกที่จังหวัดนครปฐม หลังพ้นโทษมาก็ยังกลับมาคบกันอีก ซึ่งตนเองก็เสียใจได้แต่คอยเตือนบุตรสาวแต่ไม่รู้ว่าจะห้ามยังไงจนกระทั่งมาเกิดเรื่องล่าสุด”

“หลังเกิดเรื่องเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว นายโอ ได้โทรศัพท์มาหาลูกสาวตนอีกแต่ลูกสาวตนเข้าห้องน้ำอยู่ ตนจึงรับสายและได้พูดคุยกันพอสมควรซึ่งตนเองได้พยายามสอบถามจนทราบว่าอยู่ที่ไหน นายโอ ได้บอกว่าอยู่ในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสานตอนบน รอโอกาสที่จะหนีข้ามไปฝั่งประเทศลาว เนื่องจากมีเพื่อนอยู่ที่นั่น อย่างไรก็ตามตนเองอยากฝากถึงนายโอ ถึงแม้ตนจะไม่ชอบหน้าอย่างไร แต่ก็ขอให้เข้ามอบตัว ถึงหนีไม่รอดหรือหากต่อสู่กับเจ้าหน้าที่ก็ต้องถูกวิสามัญ ลูกผู้ชายทำอะไรไว้ต้องกลับมารับผิดชอบ ซึ่งคดีนี้ไม่ใช่แค่ตัวนายโอที่ถูกจับกุมแต่ยังพาเพื่อนๆ อีกหลายคนติดร่างแหไปด้วย”

ด้านพล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนได้สั่งการณ์ให้ พ.ต.อ.วิชิต มาเป็นผู้ควบคุมในคดีนี้ และในวันนี้ได้เรียกประชุมชุดทำงาน ทั้งฝ่ายสืบสวน พนักงานสอบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ฝ่ายจราจร เพื่อวางจุดและกำหนดแผนการเตรียมการนำตัวผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการกับนายโอ ทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.)

โดยกำหนดจุดไว้ 3 จุด คือ บ้านที่เกิดเหตุ จุดที่ทิ้งรถจักรยานยนต์และจุดที่ทิ้งร่างของนายตั้ม และจุดที่ 3 คือ จุดฝังศพ โดยได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เอาไว้รักษาความปลอดภัยในการควบคุมสถานที่ทำแผนทั้งหมดแล้ว

พล.ต.ต.ธรรมนูญ กล่าวต่อว่า ส่วนของการไล่ล่าตัวนายโอนั้น ขณะนี้ทราบว่ายังหลบหนีอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้าซีวิค สีบอรนเทา ป้ายทะเบียนยังไม่แน่ชัดเพราะมีการเปลี่ยนใช้ป้ายปลอมในการหลบหนี ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ล่าอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งพบรถของนายโอแล้ว แต่นายโอไหวตัวทันและเร่งเครื่องหลบหนี จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการสกัดจับกุม เนื่องจากนายโอ มีอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลาพร้อมที่จะต่อสู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้หวั่นเรื่องความปลอดภัยของผู้ต้องหาแต่หวั่นความปลอดภัยของประชาชนและหากระหว่างจับกุมในโอต่อสู่ขัดขืนก็จะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ