เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเกี่ยวสายไฟทำให้เสาไฟฟ้าหักโคนลงมาหลายต้นทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เหตุเกิดบริเวณ ริมถนนเทพารักษ์ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ห
ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีขาว ทะเบียน 70-0692 นครพนม ด้านหัวของตู้คอนเทรนเนอร์ด้านบนเกี่ยวอยู่กับสายเคเบิลและสายไฟฟ้า ที่มีความสูงประมาณ 24 เมตรหักโค่นล้มลงมาจำนวน 15 ต้น และเสาไฟฟ้าล้มลงมาทับที่ป้ายบอกทาง และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มทับอาคารด้านหน้าของบริษัทแห่งหนึ่ง จนกันสาดและตัวอาคารได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว โชคดีมากที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบถามนายสราวุฒิ อินาลา อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถพ่วงคันดังกล่าว ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถพ่วงคันดังกล่าวมาเพื่อมารอรับกะทิจากบริษัทที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่ถึงเวลาเข้าไปรับสินค้า ตนจึงได้ขับรถพ่วงคันดังกล่าวเลี้ยวเข้าลานดินกว้างเพื่อจะไปจอดรอเวลา แต่ในขณะที่ตนเลี้ยวหัวรถเข้าลานดินดังกล่าว มีอาการคล้ายล้อหน้าไปติดอะไรบ้างอย่าง ตนจึงได้ปล่อยรถถอยหลังก่อนที่จะเร่งเครื่องเดินหน้าอีกครั้ง ที่นี้เสาไฟฟ้ารอบ ๆ ข้างรถของตนล้มลงมาเป็นระนาวเป็นทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ด้วยความตกใจตนจึงรีบเปิดประตูกระโดดลงมาจากรถ
ขณะที่นายธนวัฒน์ ฟองเกิด อายุ 28 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งเล่นอยู่หน้าร้านได้เห็นรถพ่วงคันดังกล่าววิ่งมาตามถนนเทพารักษ์ ขณะกำลังเลี้ยวเข้าลานดิน แต่ในขณะที่เลี้ยวเข้ามาครั้งแรกหัวตู้คอนเทรนเนอร์ด้านบนได้ไปเกี่ยวกับสายเคเบิลและสายไฟฟ้า จนรถกระเด้งถอยหลัง แต่คาดว่าคนขับไม่น่าจะรู้ว่าไปเกี่ยวกับสายเคเบิล จึงได้ถอยหลังก่อนที่จะเร่งเครื่องเดินหน้าพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วทำให้หัวตู้ด้านบนเกี่ยวกับสายเคเบิลและสายไฟฟ้าอย่างแรงจนเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มลงมากว่า 10 ต้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายสราวุฒิ โชว์เฟอร์รถพ่วง 18 ล้อไปทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งที่โรงพัก ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย และทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นได้รัยความเสียหาย ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นค่าเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
ขอบคุณภาพจาก 77JOWO
ติดตามได้ : ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.00 – 08.00 น.
ทางไบรท์ทีวี ดิจิตอลทีวีและเคเบิล ช่อง 20 หรือรับชมทาง www.brighttv.co.th/th/live
