ไหนว่าขายดี? แฉงบการเงินบริษัท “เมฆ มังกรบิน” แจ้งสรรพากรปีก่อนกำไรแค่ 3 แสน!!!

เปิดงบการเงินบริษัท “เมฆ มังกรบิน” สุดอึ้งพบกำไรสุทธิปี 2559 อยู่ที่ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น ทั้งนี้แฟนเพจ TeamCris ep.6 ระบุหากเป็นเช่นนั้นสรุปได้ 2 กรณีคือ การโฆษณาสินค้าเกินจริงสวนทางกับยอดขาย หรือกิจการแจ้งยอดขายไม่ครบเพื่อเหตุผลบางอย่างซึ่งมีความผิดต่อกรมสรรพากร

ข้อมูลดังกล่าวเป็นงบการเงินของ ห้างหุ้นส่วน เมฆ เกริกพล แมคซ์ นาโน (ไทยแลนด์) อ้างอิงเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งยอดขายตลอดปี 2559 ถูกระบุไว้ที่ 1,716,600.00 บาท ราคาขายเฉลี่ย ประมาณขวดละ 600.00 บาท ตีว่าใน 1 ปี ขายได้ทั้งสิ้น 2,861 ขวด

สิ่งที่แฟนเพจดังกล่าวตั้งข้อสงสัยคือการที่ เมฆ มังกรบิน ออกมาโฆษณาว่าสินค้าของตนขายดี มีเครือข่ายมากมายทั่วประเทศนั้นสวนทางกับยอดขายทำให้ตีความได้ว่าเป็นการ “โฆษณาเกินจริง” หรืออีกมุมคือบริษัทแจ้งยอดขายไม่ครบด้วยเหตุผลอะไรก็ตามถือเป็นความผิดฐานต่อกรมสรรพากรและอาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังถ้าตรวจสอบพบว่าผิดจริง

ข้อความจากแฟนเพจ TeamCris ep.6

#การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน
ห้างหุ้นส่วน เมฆ เกริกพล แมคซ์ นาโน (ไทยแลนด์)
ความสามารถในการทำกำไร หากดูข้อมูลเปรียบเทียบทั้งสองปี พบว่า ความสามารถในการทำกำไร ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว (ปี 2558 ) มากนัก และยังมีบางตัวเช่น ROA และ ROE กลับลดลง
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสามรถในการทำกำไรยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ส่วนประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ก็มีอัตราลดลงเช่นกัน กิจการยังขาดสภาพคล่อง เนื่องจากมีลูกหนี้เพิ่มจากปีก่อน นั่นหมายความว่ากิจการยังเก็บเงินจากการขายสินค้าไม่ได้ และการขาดสภาพคล่องอีกอย่างคือ กิจการเริ่มมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อนด้วยเช่นกัน
การวิเคราห์งบแสดงฐานะทางการเงิน (งบดุล)
หากดูการเปรียบเทียบทั้งสองปี จะเห็นว่า ลูกหนี้การค้าเพื่มขึ้น อาจมาจากการใช้ทางเลือกในการขายเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เกิดรายได้เพิ่ม แต่ส่งผลทำให้เกิดสภาพคล่องของกิจการน้อยลง ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าคงเหลือ ถ้าดูจากข้อมูลนี้
พบว่าสินค้าคงเหลือ เหลือเพิ่มและมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มเช่นกัน นอกจากนี้ การมีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่ม อาจเป็นผลมาจาก การลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ เนื่องจากมียอดเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ ก็ไม่ได้เพิ่มมากนัก หากมองในความเป็นจริง
(แต่ในความเป็นจริงข้อมูลตามงบนี้ สวนทางกับสภาพที่เกิดขึ้นจริง ตามที่เขาโฆษณาผ่านโซเชียล)
การตั้งข้อสังเกตในงบดุล กิจการไม่มีอุกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ประกอบกิจการ เนื่องจากดูมูลค่าเครื่องมือและอุปกรณ์แล้ว น้อยมาก หากเปรียบเทียบกับยอดรายได้ และเปรียบเทียบ กับสินค้าของกิจการที่ปรากฏตามแหล่งโซเชียล ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่า กิจการไม่ได้เอารายละเอียดส่วนนี้มาบันทึกเป็นทรัพย์สินของกิจการหรือเปล่า หรือกิจการไม่ได้ซื้อเครื่องมือจริง อาจใช้มือทำเองทั้งหมด
#การวิเคราห์งบกำไรขาดทุน
งบกำไรขาดทุน คือผลของการดำเนินงานของกิจการ หากมองที่รายได้ทั้งปีมี จำนวน 1,716,600 บาท ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับความเป็นจริงที่ได้รับจากข่าวสารทางโซเชียล เพราะหากเปรียบเทียบยอดขายทั้งปี กับราคา จะเห็นว่า อัตราส่วนไม่สอดคล้องกันเลย ดังนี้

ยอดขายทั้งปี ปี 2559 1,716,600.00 บาท
ราคาขายเฉลี่ย ประมาณขวดละ 600.00 บาท
สรุปทั้งปี
ขายได้ ประมาณ( 1,716,600.00/600.00)
2,861 ขวด
จากข้อมูลการขายในงบการเงินที่นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าทั้งปี
ขายได้ ประมาณ 2,861 ขวดต่อปี
อาจสามารถตั้งข้อสังเกตได้ดังนี้
1. กิจการแจ้งยอดขายไม่ครบ ทำให้รายได้ที่ปรากฏในงบการเงินดูน้อยเกินจริง
อาจด้วยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ ถือว่ากิจการมีความผิดต่อกรมสรรพากร
2. หากกิจการแจ้งว่า ยอดขายทั้งปี เป็นจริงตามที่ปรากฏในงบการเงินที่นำส่งกรมพัฒน์ฯ แสดงว่า สินค้าขายไม่ได้จริงๆ หุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ทำการโฆษณาชวนเชื่อในโซเชียลเกินความจริง
ในส่วนของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร พบว่าต้นทุนขายมียอดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 50 % ซึ่งสวนทางกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ที่มียอดลดลง ประมาณ 20 % มีความเป็นไปได้ว่า กิจการกำลังขยายการผลิตและตลาด โดยลงทุนในต้นทุนขายเพิ่ม ทั้งนี้ข้อมูลในงบกำไรขาดทุนนี้อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมดก็ได้ ขึ้นอยู่กับกิจการว่าจะเปิดเผยมากน้อยเพียงใด
้#ข้อสังเกตุ อีกประการหนึ่งของ
ห้างหุ้นส่วน เมฆ เกริกพล แมคซ์ นาโน (ไทยแลนด์)
หุ้นส่วนผู้จัดการ ได้แจ้งลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแล้ว แต่หากดูข้อมูลล่าสุดจากกรมพัฒน์ฯ หุ้นส่วนยังเป็นคนเดิม จึงไม่แน่ใจว่า ห้างหุ้นส่วนได้ทำการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ ในหนังสือบริคณห์สนธิ แล้วหรือไม่ เพราะหากยังไม่ทำการเปลี่ยนแปลงอำนาจให้ถูกต้อง ความรับผิดต่อห้างหุ้นส่วน ก็ยังคงตกอยู่กับหุ้นส่วนผู้จัดการคนเดิม (ดูรายละเอียด ได้ในใบแนบ ที่เป็นข้อมูลห้างหุ้นส่วน)
(เอกสารอ้างอิงจากกรมพัฒน์ฯ)

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ