รับขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน “เดชา” ยังห้ามจ่ายกัญชาเป็นยา

กรมการแพทย์แผนไทยฯ มอบ สสจ.สุพรรณฯ พิจารณารับขึ้นทะเบียน “หมอพื้นบ้าน” อาจารย์เดชา คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถจ่ายกัญชาเป็นยาได้ ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการใช้กัญชาทางการแพทย์ เพื่อขออนุญาตจาก อย. ระบุผลการรักษาผู้ป่วยต้องผ่านการวิจัย เตรียมประชุมใหญ่ 18 เม.ย. หาทางช่วยผู้ป่วย

นนี้ (17 เม.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และ ภก.ยงศักดิ์ ตันติปิฎก กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย เข้าหารือร่วมกับ นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ

นพ.มรุต กล่าวภายหลังหารือว่า กรณีอาจารย์เดชามีส่วนในการดูแลผู้ป่วยรอบพื้นเป็นการรักษาแบบพื้นบ้านมานานแล้ว โดยนำกัญชามาใช้ภายหลัง ซึ่งการรับรองหมอพื้นบ้านของอาจารยเดชา เป็นการรับรองการใช้สมุนไพรอื่น ซึ่งคุณสมบัติสอดคล้องกับการเป็นหมอพื้นบ้าน ได้แก่ 1.มีผู้มารับบริการสม่ำเสมอต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปี 2.สืบทอดความรู้จากบรรพบุรุษหรือองค์ความรู้จากท้องถิ่น 3.มีความสามารถในการบำบัดรักษาโรค 4.ไม่หวงวิชา 5.มีการถ่ายทอดความรู้ 6.ไม่เรียกร้องค่ารักษามากเกินควร 7.เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากคนในชุมชน และ 8.มีคุณธรรม ซึ่งได้มอบอำนาจให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุพรรณบุรี พิจารณา ซึ่งคาดว่าใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-2 สัปดาห์

“ส่วนการใช้น้ำมันกัญชาเพื่อดูแลผู้ป่วยของอาจารย์เดชาต้องมีการพิสูจน์ทราบต่อไป เพราะหลักการต้องคุ้มครองผู้บริโภค น้ำมันกัญชาต้องไม่มีจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ไม่มียาฆ่าแมลง และสารปนเปื้อนโลหะหนักต่าง ๆ ส่วนผลในการรักษาที่เกิดกับผู้ป่วยได้ผลอย่างไร ต้องผ่านการวิจัยทดลอง โดยจะหาทางออกในการประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ วันที่ 18 เม.ย. 2562 ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 09.00 น.” นพ.มรุต กล่าว และว่า ส่วนของกลางที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตรวจยึดไปนั้น กรมฯ จะทำหนังสือขอใช้ประโยชน์ โดยมีการตรวจสอบการปนเปื้อนจุลชีพ ยาฆ่าแมลง สารตกค้างต่าง ๆ ต่อไป

ด้าน นายเดชา กล่าวยืนยันว่า ได้ทำหน้าที่หมอพื้นบ้านมานานมากกว่า 10 ปีตามเงื่อนไข ส่วนกัญชาเริ่มเมื่อปี 2556 โดยทำในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับมูลนิธิข้าวขวัญ สาเหตุจากกลัวเสียชีวิตเพราะมะเร็งเช่นเดียวกัมารดา เมื่อทำลองแล้วพบว่าได้ผล จึงนำมาทำประโยชน์ต่อผู้อื่นโดยการแจก ซึ่งในทางกฎหมายสามารถแก้ไขได้ แต่ต้องทำให้คนเห็นความสำคัญ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ขณะนี้ห่วงคนไข้กว่า 5,000 ราย ที่เคยได้รับน้ำมันกัญชาว่าจะขาดยา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาต่อเนื่องจึงต้องยื่นเป็นหมอพื้นบ้าน ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำวิจัยต่อไป ซึ่งขณะนี้ต้องระงับการแจกยาไปก่อน

นายปานเทพ กล่าวว่า การหารือวันที่ 18 เม.ย. ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ จะเป็นการหารือร่วมระหว่าง 11 องค์กร ซึ่งมีทั้งภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ป.ป.ส. กรมแพทย์แผนไทยฯ มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน ซึ่งมีการสอนแพทย์และเภสัชศาสตร์ ทั้ง จุฬาฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ม.รังสิต และภาคประชาสังคมต่าง ๆ ว่าแต่ละส่วนจะเข้ามาร่วมขับเคลื่อนสนับสนุน อาจารย์เดชาอย่างไร

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า นอกจากขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้านแล้ว อาจารย์เดชาต้องผ่านการอบรมการจะสั่งจ่ายยากัญชา เพื่อขออนุญาตสั่งจ่ายยากัญชาจาก อย. ดังนั้น อาจารย์เดชาจะอบรมหลักสูตรการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยของกรมแพทย์แผนไทยฯ ด้วย ซึ่งรุ่นแรกวันที่ 29-30 เม.ย. ที่โรงแรมทีเคพาเลซ จำนวน 150 คน ซึ่งเป็นการอบรมครู เพื่อไปเป็นวิทยากรอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยตามภูมิภาคต่อไป ส่วนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับยาจากอาจารย์เดชา สามารถเสนอชื่อเฉพาะรายต่อคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ที่จะมีการประชุมกันทุกเดือนอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถใช้ได้ไปก่อน




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ