หมอธีระวัฒน์ เผย วิกฤติปัญหาสาธารณสุข พร้อมย้ำ ได้วัคซีนครบสองอย่าทนง

หมอธีระวัฒน์ เผย วิกฤติปัญหาสาธารณสุข ที่ทุกฝ่ายต้องทำความเข้าใจร่วมกับ พร้อมย้ำ ได้วัคซีนครบสองอย่าทนง ติดได้เพิ่ม ยังมีตายได้แน่

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat ระบุว่า

วิกฤติปัญหาสาธารณสุขของประเทศ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑาเผยแพร่ กรกฎาคม 2557 ปัจจุบัน มิถุนายน 2564เราเห็นอะไรบ้าง?ปัญหาร้ายแรงขณะนี้อยู่ที่การต้องจับมือร่วมกันทุกฝ่ายของผู้ให้บริการ และประชาชน รวมทั้งโรงเรียนแพทย์ โดยต้องเข้าใจตรงกันว่า

1. ป้องกันต้องมาเป็นอันดับแรกมิฉะนั้นต่อให้ประเทศรวยแค่ไหนก็ต้องล่มจม และคุณภาพคนในประเทศ จะแย่หมดเพราะสุขภาพบกพร่องทำงานไม่เต็มที่ แล้วจะเหลือใครมาชูชาติไทย

2. เงินก้อนเดียวต้องช่วยทั้งประเทศดังนั้น

2.1 ยาต้องพิจารณาที่ผลิตในประเทศที่ตรวจสอบคุณภาพแล้ว ไม่มีการอ้างยานอกดีกว่า เช่นยาไขมัน นอก เม็ดละ60 บาท ของไทยผลิตเองเพราะเมืองนอกหมดสิทธิบัตรแล้ว 5 บาท

2.2 ยาผีบอก ไม่ได้มีข้อมูลว่าดีจริง แต่หลุดมาได้อย่างไรจาก อย. ต้องกำจัดออก ทั้งนี้รวมถึงยาที่ปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ประโยชน์ ไม่รักษาต้นเหตุ ชะลอโรคไม่ได้ ช่วยกระตุ้นเท่านั้น เช่นยา อัลไซเมอร์ ทั้งหลาย

2.3 คนที่มีฐานะต้องช่วยจ่าย ไม่ใช่รวยเป็น100 ล้าน แต่เบียดเบียน ชาวบ้าน ขอฟรี นี่เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่

3. การรักษาคนไข้เริ่มเป็นหรือยังไม่หนัก ต้องให้ความสำคัญสูงสุด คนไข้เหล่านี้จะเหมือนคนปกติไปนานเท่านาน การรักษาเมื่อป่วยต้องนอนรพ.แล้วหมายความว่าอวัยวะเริ่มเสียถดถอยด้วยความเร็วสูง แม้จะกลับคล้ายดูดี เครื่องในก็หาเหมือนเดิมไม่

4. คนป่วยต้องเข้าใจอย่าตกเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อ ทุกโรครักษาได้ แถมยังฟรี ความคาดหวังสูง เหล่านี้ทำให้ไม่เคยสนใจ ตนเอง ไม่ใส่ใจการป้องกันตนจากโรค รักษาไม่หาย ตาย หมอรับเละ ถ้าปล่อยเป็นเช่นนี้ ต่อไปหาหมอไม่ได้แล้วครับ จะมีก็เป็นคุณหมอรพ.เอกชนหมด แล้วจะเหลือใครมารักษาคนส่วนใหญ่ในประเทศ

5. การสร้างแพทย์ต้องเตรียมให้เผชิญกับความจริง ตรวจคนไข้นอกวันละ 60 คนไข้ในอาการหนักวันละ30 ตามสภาพรพ.จังหวัดหรือรพ.ศูนย์ หนำซ้ำต้องรับย้ายจากรพ.ชุมชนหมดเพราะคนไข้จะฟ้องท่าเดียวถ้าเกิดผิดพลาด โรงเรียนแพทย์ต้องสอนให้กระชับรวบรัด คิดเองเป็น รู้ว่าจะหาความรู้เพิ่มเติมที่ไหน อาจารย์ทุกคนเป็น super specialist ในด้านลึก แต่ต้องไม่จับลูกเด็กเล็กแดง มารู้ลึกเท่ากันหมด รู้ตามมาตรฐานในการช่วยชีวิต รู้ว่าเมื่อไร ต้องหาความช่วยเหลือ รู้ขอบเขตความสามารถ และต่อยอดได้ ในอนาคต

6. การประเมินคุณภาพ ของรพ. ของระบบในพื้นที่ ไม่ใช่ประเมินกระดาษ การประเมินว่าดี เพราะมีคนไข้ล้นหลาม มีผ่าตัดเละเทะ ใส่ขดลวดเส้นเลือดหัวใจเป็นว่าเล่น ถือว่าเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของการป้องกันตั้งแต่ระดับชุมชน พื้นที่ การชะลอโรค เมื่อคนไข้เริ่มป่วย ระบบดี ต้องคนไข้น้อย ป่วยน้อย

7. ระบบประกันสุขภาพขณะนี้ดี แต่ไม่รอดในอนาคต ถ้าไม่คิดองค์รวม คนจะเป็นหมอต้องรู้การกำเนิดของโรค รักษาและป้องกันต้องไปด้วยกัน ห้ามฝ่ายป้องกันและรักษาทะเลาะกันเด็ดขาด ถ้าตายก็ตายด้วยกันหมดแหละครับทั้งประเทศ

8. การสร้างแพทย์ ต่างประเทศขณะนี้เริ่มเล็งเห็นความสำคัญในการเรียนวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานโดยกำหนดให้ผ่านปริญญาตรีก่อนอย่างน้อย3-4ปี และต้องมีงานวิจัย ที่ต้องทำ หลังจากนั้นเข้าเรียนแพทย์ 5 ปี แต่ละปีนอกจากจะมีรูปแบบของการผสมผสานศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน ย้งเป็นในรูปของการแก้ปัญหามีโจทย์เป็นตัวตั้งในรูปของ ตั้งแต่ปีแรกและปีที่สองช่วงบ่ายต้องอยู่กับหมอที่ทำงานในชุมชน เรียนรู้ความสำคัญฃองคนไข้เชื้อชาติต่างๆ และแนะนำวิธีการปรับตัวของคนไข้เมื่ออยู่ในสภาพไม่ปกติ

นอกจากนั้น ต้องเข้าใจกองทุนของประเทศซึ่งต้องช่วยคนส่วนใหญ่ เลือกยาถูกที่ดี และ มีผลกระทบในการชะลอ ป้องกัน โรค ไม่ใช่เพียงบรรเทาอาการ ปี 3-4-5 เรียนและขึ้นหอผู้ป่วย โดยมีความรู้สึกของการที่ต้องเข้าใจทั้งตัวมนุษย์ และตัวโรค และมีปัญญาพอที่จะตัดสินใจ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง

จากนั้น เป็นแพทย์ฝึกหัดอีก 2 ปี ค่อยเลือกว่าจะเป็นอะไรในการต่อยอด แต่ไม่ว่าจะเลือกทางสายไหนก็ยังคงมีปัญญาที่จะติดตามวิชาการ และพอเข้าใจความสำคัญที่ต้องมีการวิจัย และการแปลผลการวิจัย (แม้ไม่ได้ทำวิจัยเอง) การรับรู้ยากลุ่มใหม่ๆที่เข้าตลาดว่าตัวไหนมีความเก่งจริงหรือผลข้างเคียงสูง และยังรับรู้สถานการณ์ทางสาธารณสุขของประเทศได้

การสร้างแพทย์เป็นปัญหาที่หมักหมมมานับ10 ปีตั้งแต่ลดตัด การเรียนเพราะคิดว่าไม่ได้ใช้ ไม่ได้ประโยชน์ แท้จริงแล้วเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยในการยืนด้วยขาตัวเอง ของประเทศในอนาคตครับหวังว่าน่าจะมีการทำความเข้าใจ และทราบปัญหาที่หลากหลายที่มีอยู่มากมายในขณะนี้อยู่แล้วซึ่งทำให้เราด้อยกว่าประเทศอื่นๆ และน่าจะมีปัญหามากขึ้นในอนาคตนะครับ

พร้อมทั้งยังได้โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ที่ต้องเผญิชหน้ากับโควิด19 หลังจากรับวัคซีนครบสองเข็ม โดยระบุข้อความว่า

“ในยุคเดลต้า (สายอินเดีย) และไม่นาน เบต้า(สายแอฟริกา) กับวัคซีนไม่ใช่ทะนงตัว ว่า ติดเพิ่มได้นิด ตายได้น้อยท่องใหม่ เป็น ได้วัคซีนครบสอง ติดได้เพิ่ม ยังมีตายได้แน่ฉนั้น วินัยคงเดิม”

ข่าวที่น่าสนใจ

โรงเรียนอนุบาลสกลนคร สั่งตรวจเชื้อกว่า 400 ราย หลังพบนร.อนุบาล 2 ติดเชื้อโควิดจากย่าทวด

ไทยร่วมใจ แจ้งวันนัดใหม่ สำหรับผู้ที่ถูกเลื่อน 15-18 มิ.ย. มีวันไหนบ้างเช็กเลย

ยุติปลุกเสก ใบมะขามเป็นตัวต่อ หลวงพ่อขอแค่ทำกิจของสงฆ์

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด

วราวุธ เผยความพยายาม 16 ปี ป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลกสำเร็จ

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เผยความพยายาม 16 ปีสำเร็จแล้ว ป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลก ข่าววันนี้

เฮลั่น! ป่าแก่งกระจาน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

คณะกรรมการมรดกโลก มีมติให้ ป่าแก่งกระจาน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ของไทย

ศบค.แนะ ชะลอการวอคอินไปฉีดวัคซีน หลังปชช.แห่ใช้บริการ หวั่นเกิดคลัสเตอร์

ศบค.แนะ ชะลอการวอคอินไปฉีดวัคซีน ณ สถานีกลางบางซื่อออกไป หลังปชช.แห่ใช้บริการ จะล้นหลาม ไม่มีการเว้นระยะห่าง หวั่นเกิดคลัสเตอร์ใหม่

อั้ม พัชราภา ตอบแฟนคลับแล้ว หลังขอให้กลับมาเปิดไอจีอีกครั้ง

อั้ม พัชราภา ตอบคำถามแฟนคลับที่มาขอให้กลับไปเปิดไอจีเป็นแบบสาธารณะอีกครั้ง ไม่อย่างงั้นจะงอน งานนี้สาวอั้มตอบเอง เล่นทำเอาแฟนคลับหัวใจเต้น

วัดลาดพร้าว งดรับฌาปนกิจ หลังเจ้าหน้าที่วัดเสียชีวิตจากโควิด พระ เจ้าหน้าที่ต้องกักตัว

วัดลาดพร้าว ประกาศงดรับงานฌาปนกิจ หลังเจ้าหน้าที่วัดเสียชีวิตจากโควิด พระ เจ้าหน้าที่ต้องกักตัว ยืนยันหากสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมารับกิจดังเดิม

แพท ณปภา แจงค่า CT ผ่านรายการ พร้อมโชว์ผลตรวจอีกครั้ง แฟนคลับส่งกำลังใจเพียบ!

จากกรณีที่ แพท ณปภา ติดเชื้อโควิด 19 หลังจากที่ตรวจหาเชื้อในครั้งที่ 4 ต่อมา แพท ณปภา ได้มีการไปตรวจหาเชื้ออีกครั้ง ซึ่ง ครั้งที่ 3 และ 4

เปิดสรรพคุณ และวิธีทาน ฟ้าทะลายโจร-กระชาย ทานอย่างไร ให้ได้ผล และรักษาอาการโควิด19

เปิดวิธี ทาน ฟ้าทะลายโจร-กระชาย ทานอย่างไร ให้ได้ผล ทานคู่กันได้ไหม และรักษาอาการโควิด19 ได้จริงหรือ อยากรู้ไปดูกันเลย!