รัฐประหาร “ซูดาน” อีกหนึ่งพายุแห่ง “อาหรับ สปริง”

รายงานพิเศษ : มอง รัฐประหารซูดาน ปลดแอกอำนาจ “อัลบาชีร์” จับตากองทัพขอ 2 ปีเปลี่ยนผ่าน ประชาธิปไตย” ??

12 เม..62 – ภายหลังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ได้ “ออกประกาศ” แจ้งเตือนกรณีการก่อรัฐประหารและยึดอำนาจรัฐบาลในซูดาน โดยระบุว่า ตามที่นายAwad Ibn Ouf” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซูดาน และรองประธานาธิบดีซูดานลำดับที่ 1 ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 11 เม..1562 ประกาศ “รัฐประหาร” และยึดอำนาจรัฐบาล ภายใต้การนำของประธานาธิบดีOmar al-Bashir “ พร้อมทั้งประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 เดือน และมาตรการอื่นๆเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ออกประกาศเตือนคนไทยหลีกเลี่ยงไปซูดาน

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้คนไทย “หลีกเลี่ยง” การเดินทางไปยังซูดานในขณะนี้ รวมทั้งขอให้คนไทยในซูดานโปรดใช้ความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ติดตาม “ข่าวสาร” อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางการซูดานอย่างเคร่งครัด

นาที “อาวัด อิบิน อุฟ” รัฐมนตรีกลาโหมซูดาน ประกาศยึดอำนาจรัฐบาล “โอมาร์ อัลบาชีร์”

ทั้งนี้ การเข้ายึดอำนาจของกองทัพซูดานเกิดขึ้น เมื่อ อาวัด อิ บินอุฟรัฐมนตรีกลาโหมซูดาน ได้ออกมาแถลงทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า กองทัพได้ตัดสินใจเข้ายึดอำนาจรัฐบาล โอมาร์ อัลบาชีร์ เรียบร้อยแล้ว พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อปกครองประเทศซูดานในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยจะใช้เวลา 2 ปีเพื่อให้มีการเลือกตั้ง

ขณะที่ชะตากรรมของ “โอมาร์ อัลบาชีร์” อดีตประธานาธิบดีซูดานนั้น ได้ถูกกองทัพจับตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ภายหลังประชาชนชาวซูดานได้ออกมาเคลื่อนไหวประท้วงให้ อัลบาชีร์ทิ้งเก้าอี้ประธานาธิบดี ตั้งแต่การชุมนุมเมื่อเดือน ..2018 จากความ “ล้มเหลว” แก่ปัญหาเศรษฐกิจให้คนในชาติ ถือเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ประชาชนออกมากดดันให้ อัลบาชีร์ลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่เขา “ครองอำนาจ” มายาวนานตั้งแต่ปี 1989 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

“โอมาร์ อัลบาชีร์” อดีตประธานาธิบดีซูดานที่ยังไม่รู้ชะตากรรม

แต่ช่วงที่กองทัพเข้ารัฐประหารรัฐบาลนั้น ในบางพื้นที่ในซูดานพบว่ามี “กองกำลังตำรวจ” ที่ยังภักดีต่อ อัลบาชีร์ออกมายิงต่อสู้ เพื่อต่อต้านการรัฐประหารในครั้งนี้

ด้านท่าทีผู้นำคณะรัฐหาร  อาวัด อิ บินอุฟ ภายหลังประกาศยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 3 เดือน ต่อด้วยการประกาศ “เคอร์ฟิว” ในเวลา 22.00 . พร้อมสั่งปิดชายแดนและน่านฟ้า 

“อัลลา ซาลาห์” นักศึกษาวัย 22 ปี อีกหนึ่งผู้นำการประท้วงครั้งใหญ่ของซูดาน

สำหรับฉากหนึ่งของผู้นำการประท้วงครั้งใหญ่ของซูดานพบว่า มีนักศึกษาสาวอายุเพียง 22 ปีคนหนึ่ง เธอชื่อ อัลลา ซาลาห์ ได้ออกมาเป็นผู้นำการเคลื่อนไหว “ปลดแอก” จากอำนาจ อัลบาชีร์ ในครั้งนี้ โดยเมื่อประชาชนทราบข่าวการก่อรัฐประหารของกองทัพ ได้ออกมาร่วมฉลองการหยุดยั้งอำนาจของ อัลบาชีร์ได้สำเร็จ ถือเป็นอีกหนึ่งการลุกฮือของประชาชนในปรากฏการณ์ อาหรับสปริงซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากประเทศ “ตูนิเซีย” ก่อนลุกลามกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐบาลทั่วภูมิภาคในทวีปแอฟริกา

การเคลื่อนไหวของ “อัลลา ซาลาห์” ภาพนี้ถูกนำไปวาดต่อในหลายพื้นที่ของซูดาน

แต่ข่าวที่ออกมาด้านหนึ่งพบว่า ชาวซูดานไม่ต้องการ “สภาทหาร” เข้ามาอยู่ในอำนาจรัฐในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ของประเทศ แต่ต้องการให้ “สภาพลเรือน” เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยเสียงชนเรียกร้องให้กองทัพคืนประชาธิปไตยภายใน 3 เดือน ซึ่งเป็นเวลาน้อยกว่าที่ฝ่ายกองทัพออกมาประกาศขอเวลา 2 ปีเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ชาวซูดานออกมาร่วมชุมนุมแสดงความดีใจ ต่อการหยุดยั้งอำนาจ “อัลบาชีร์”

เมื่อมองไปที่ “อาหรับสปริง” ครั้งนี้ ถือเป็นคลื่นปฏิวัติการเดินขบวนประท้วงซึ่งเกิดขึ้นในโลกอาหรับ ตั้งแต่วันที่ 18 ..2553 ซึ่งพบว่าผู้นำในหลายประเทศในทวีปแอฟริกา “ถูกโค่น” จากอำนาจ อาทิ ตูนีเซีย อิยิปต์ บาห์เลน โดยเฉพาะข่าวใหญ่ที่ประเทศ ลิเบีย เป็นความขัดแย้งติดอาวุธในประเทศลิเบีย เพื่อต่อต้านอำนาจรัฐภายใต้การปกครองของ มูอัมมาร์ กัดดาฟีซึ่งเป็นผู้นำที่ครองอำนาจมายาวนานร่วม 40 ปี โดยเหตุการณ์นี้ได้ถูกจุดประกายให้ผู้คนในหลายประเทศ ออกมาต่อต้านรัฐบาลภายในประเทศตัวเอง เพื่อปลดแอกอำนาจที่จากผู้นำ ที่ยึดครองมานานหลายสิบปี

“มูอัมมาร์ กัดดาฟี” อดีตผู้นำลิเบีย ก่อนถูกโค่นอำนาจที่ครองมายาวนาน 40 ปี

จากนี้ต้องประเมินท่าที “กองทัพแห่งซูดาน” ต่อคำประกาศที่ให้ต่อสาธารณชนว่า จะคืนอำนาจใน 2 ปีเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ เมื่อ “อำนาจ” การปกครองที่หอมหวล จะท้าทายต่อคำสัญญาที่ อาวัด อิ บินอุฟ” ประกาศไว้ได้ทุกเมื่อ




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ