เมื่อ “หมวก 3 ใบ” ถูกท้าทายก่อนวันเลือกตั้ง

รายงานพิเศษ : มองจังหวะก้าว “บิ๊กตู่” จุดเบาะปรางบนหมวก 3 ใบ

การปักหมุดบ้านเกิดที่นคราชสีมา เปิดทางให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ขึ้นปราศรัยหาเสียงในวันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. จะเป็นอีกเวทีสำคัญประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย เมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารตัดสินใจผันตัวมาลงการเมือง โดยมีทุกฝ่ายจับจ้องไปที่ “เนื้อหา” การพูดของ “บิ๊กตู่” เป็นครั้งแรกจะเป็นบุคลิกเดียวกับการเป็นนายกฯ และหัวหน้า คสช.ตลอด 5 ปีในการบริหารประเทศหรือไม่

หากนับจากวันที่ 10 มี.ค. จะเหลือเวลาอีก 15 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. จะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเข้าทางตรงต่อการหาเสียงเลือกตั้งจากแต่ละพรรคการเมือง เมื่อฝั่งพลังประชารัฐเคาะเลือก “บิ๊กตู่” เป็นแม่เหล็กมาช่วยหาเสียง เพราะเชื่อว่าจากบุคลิกและผลงานการบริหารประเทศหลังการยึดอำนาจ จะเป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจของประชาชน ที่ส่งไปต่อถึงคะแนนนิยม “บิ๊กตู่” ก่อนถึงวันเลือกตั้ง

ทว่าจากแรงเสียดทานในข้อครหาสืบทอดอำนาจยังเป็นชนักติดหลังตลอด 5 ปี เพราะในตำแหน่งสำคัญตั้งแต่นายกฯ หัวหน้า คสช. และแคนดิเดตนายกฯ ยังถูก “ทับซ้อน” ในแต่ละช่วงเวลาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกสวมหมวกใบไหน ทำหน้าที่เพื่อสะท้อนอะไร ซึ่งฝ่ายต่อต้านได้โจมตีทุกบทบาทของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ได้หวังผลประโยชน์ทางการเมืองทั้งสิ้น โดยเฉพาะหมวกใบการเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะติดตัวไปอย่างน้อยถึงวันที่ 24 มี.ค.

ถึงแม้ปฏิทินที่ “บิ๊กตู่” เตรียมลงพื้นที่ช่วย “พลังประชารัฐ” หาเสียงนั้น แน่นอนเลือกว่า “โคราช” เป็นเวทีเรียกเพื่อแรกเพื่อเรียก “ความมั่นใจ” ให้แคนดิเดตของพรรคจับไมค์เปิดใจต่อหน้าประชาชนในฐานะ “นักการเมือง” เต็มตัว แต่ขณะนี้พลังประชารัฐกำลังหารืออย่างใกช้ชิดกับทีมงานพล.อ.ประยุทธ์ เพราะในหนังสือของกกต. มีเงื่อนไขแนบท้าย ว่าต้องระมัดระวังเรื่องการเอื้อประโยชน์ และให้คุณให้โทษ  ดังนั้นทีมกฎหมายพรรคกำลังพิจารณาอยู่ว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ เพื่อไม่ให้บทบาทแต่ละหน้าที่ของ “บิ๊กตู่” มาซ้อนกันเพื่อป้องกันถูกร้องเรียนภายหลัง เชื่อได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะระวังทุกจังหวะทางการเมือง ถึงแม้จะอยู่นอกเวลาราชการก็ตาม แต่หมวกการเป็น “นายกฯ” ยังติดตัวตลอด 24 ชั่วโมง

ภายหลังแกนนำพรรคได้ประชุมเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบทุกประเด็น เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นปราศรัย สิ่งที่ตามมาจะ “ได้ไม่คุ้มเสีย” เพราะจะถูกฝ่ายต่างๆ โจมตี ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพรรคต้องกลับมาชี้แจง อาจจะทำให้สิ่งที่พรรคได้นำเสนอนโยบายกับประชาชนออกไป จนถูกสนใจเรื่องความขัดแย้งมากกว่านโยบาย โดยเฉพาะประเด็นคุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ในการเป็นเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) บัญญัติห้ามไว้ ซึ่งในตำแหน่งหัวหน้า คสช.ยังถูกตีความว่าเป็นปัญหาหรือไม่ ที่สำคัญเมื่อ “บิ๊กตู่” ประกาศเป็นบุคคลสาธารณะทางการเมือง แต่การถือ “อำนาจรัฐ” บนหมวกใบเดียวกัน จะเป็นอีก “จุดเปราะบาง” นำไปสู่เงื่อนไขมาโจมตีทางการเมืองก่อนถึงวันเลือกตั้ง

ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าคูหาจะได้เห็นบรรยากาศหาเสียงแต่ละพรรคจะงัดการ “เปิดแผล” ฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มข้นและรุนแรง ไม่พ้นที่พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกท้าทายอย่างหนักตั้งแต่เข้ามายึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.2557 เป็นการท้าทายตำแหน่งในจากหมวกที่สวมทั้ง 3 ใบ โดยเฉพาะจากประวัติศาสตร์ผู้นำคณะรัฐประหารที่ผันตัวมาเล่นการเมืองแต่ละราย มักมีจุดจบที่ไม่สวยทั้งสิ้น ขีดเส้นใต้ไปที่ “กติกาเลือกตั้ง” ที่ผ่านมือมาจากแม่น้ำทั้ง 5 สายกำลังถูกวิจารณ์ว่าทุกอย่างเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดหรือไม่

ต้องดูว่าที่สุดแล้ว 10 มี.ค.จะเป็นวันดีเดย์เวทีปราศรัยเมืองโคราชหรือไม่ จากผู้ที่สวมหมวกหัวหน้า คสช. หมวกนายกรัฐมนตรี หรือหมวกแคนดิแดตนายกฯ ที่สุดแล้ว “หมวก 3 ใบ” จะถูกถอดทิ้งและไปจบที่หมุดหมายใด ทั้งหมดอยู่ที่วันเลือกตั้ง 24 มี.ค.




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ